สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า การตัดสินใจของทรัมป์อนุญาตให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ออกกฎระเบียบเพื่อป้องกันการส่งออก “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไป และรัฐบาลวอชิงตันหวังที่จะส่งต่อวัสดุเหล่านั้นไปยังผู้ประกอบการรีไซเคิลภายในประเทศแทน

ข้อมูลจากกลุ่มสิ่งแวดล้อม “บาเซล แอคชัน เน็ตเวิร์ก” เผยให้เห็นว่า สหรัฐส่งออกขยะอิเล็กทรอนิกส์ปริมาณเกือบ 33,000 เมตริกตันต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่มีลิเทียมและแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้

การส่งออกขยะอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว สร้างความไม่พอใจให้กับอุตสาหกรรมรีไซเคิลของสหรัฐมาเป็นเวลานาน โดยระบุว่าการเก็บวัสดุไว้ในประเทศเพื่อรีไซเคิล จะช่วยให้รัฐบาลวอชิงตันบรรลุเป้าหมายการผลิตแร่ธาตุได้ดียิ่งขึ้น และลดความจำเป็นในการทำเหมืองใหม่ ซึ่งมักไม่เป็นที่นิยมในชุมชนบางแห่ง

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลของทรัมป์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการรีไซเคิล ว่าบริษัทภายในสหรัฐไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งจากต่างประเทศ ที่จ่ายเงินซื้อเศษแร่ธาตุสำคัญในราคาสูงกว่าราคาตลาด

แม้สหรัฐมีแร่ธาตุสำคัญปริมาณมากในสินค้าสำเร็จรูป รวมถึงแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และแม่เหล็ก แต่ประเทศก็พึ่งพาการนำเข้าแร่ธาตุอย่างมากเช่นกัน ในขณะที่จีนใช้ความได้เปรียบในตลาดแร่ธาตุเป็นเครื่องมือต่อรองทางเศรษฐกิจ โดยจำกัดการส่งออกแร่ธาตุหายากและแร่ธาตุอื่น ๆ ในช่วงเวลาที่เกิดความตึงเครียดทางการค้ากับรัฐบาลวอชิงตัน

เนื่องจากการทำเหมืองและการสร้างโรงงานแปรรูปแห่งใหม่อาจใช้เวลาหลายปี รัฐบาลทรัมป์จึงหันมาใช้วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วกว่า นั่นคือ การกักตุนแร่ธาตุที่มีอยู่แล้วในสหรัฐ ก่อนที่มันจะถูกส่งออกไปให้ผู้ซื้อต่างชาติ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS