หลังเกิดเรื่อง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. และคนที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ สน.บางรัก เจ้าหน้าที่เขตบางรัก ลงพื้นที่ตรวจสอบ เนื่องจากงานศิลปะชิ้นดังกล่าว เป็นหนึ่งภาพวาดโครงการ “Krung Thep Creative Streets” เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้คนเมือง โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับสถานทูตเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสและสถานทูตยุโรปหลายประเทศ รวบรวมศิลปินนานาชาติ 15 คน สร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนผนัง 15 จุด 

งานนี้ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะเป็นการไม่เคารพงานคนอื่น แม้กราฟฟิตี้ถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ขณะเดียวกัน ต้องให้ความเคารพผลงานผู้อื่น เคารพเมือง เคารพสถานที่ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ทำความเลอะเทอะ แต่ภาพนี้มีเจ้าของ มีศิลปินที่เจ้าของชิ้นงานมอบให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบดูแล นี่คือทรัพย์สิน การที่มาทำลายโทษจะรุนแรงกว่าทำความสกปรกทั่วไป พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเขตบางรัก ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุแล้ว

ทางด้านคดีขณะนี้ พนักงานสอบสวน สน.บางรัก ได้ขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้งแล้ว 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ และพ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความภาพ หรือ รูปรอยใดๆ ที่กำแพงที่ติดกับถนน หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่อยู่ติดถนน” 

ส่วนโทษก็จะมีทั้งจำคุกและปรับ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 

“ชุมชนเมืองเดลินิวส์” พูดคุยกับ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ถึงแนวทางป้องกันและการเปิดพื้นที่สาธารณะให้สามารถแสดงผลงานศิลปะได้อย่างเปิดเผยว่า จากการสำรวจขณะนี้พบว่ามีเพียงชิ้นงานเดียวที่ได้รับความเสียหาย คือชิ้นงานที่ซอยเจริญกรุง 30 ส่วนชิ้นงานที่เหลือได้ให้สำนักงานเขต และสำนักจราจรและขนส่ง (สจส.) มอนิเตอร์ผ่านกล้อง CCTV เพื่อเฝ้าระวังเพิ่มเติม ส่วนชิ้นงานที่ถูกทำลายเสียหาย ทางศิลปินไทยได้มีการพูดคุยรวมตัวกันจะเข้ามาช่วยกันแก้ไข ซึ่งทางสถานทูตเองก็มีความยินดีสนับสนุน

“ความจริงเรื่องศิลปะบนพื้นที่สาธารณะ เรื่องการบอมบ์กันก็มีทั่วไป ไม่ได้มีการบอกว่าของใครสวยหรือไม่สวย แต่ในประเด็นนี้ คือต้องการอยากให้เคารพงานศิลปะซึ่งกันและกัน เคารพศิลปินที่สร้างสรรค์งาน กราฟฟิตี้มีความสวยงามในตัวเอง เรื่องของงานศิลปะเป็นรสนิยมส่วนตัวที่ถกกันไม่ได้ว่า ชิ้นงานไหนสวยชิ้นงานไหนไม่สวย เราจึงอยากให้เคารพซึ่งกันและกันมากกว่า”

ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายนั้น ต้องแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นคือ 1.งานศิลปะบนพื้นที่สาธารณะ เมื่อได้รับความเสียหายอย่างเช่นกรณีชิ้นงานที่ซอยเจริญกรุง 30 นั้น กทม. เป็นผู้ดูแลชิ้นงานดังกล่าว ซึ่งตอนก่อนจะวาดก็ได้มีการขออนุญาตเจ้าของกำแพงแล้ว จึงทำให้ กทม. กลายเป็นผู้ดูแล ซึ่งได้มีการแจ้งความแล้ว เพราะเป็นโปรเจกต์ที่ร่วมมือกับทางสถานทูตด้วย ก็เป็นเรื่องใหญ่ 

2.ทรัพย์สินส่วนบุคคล จะเห็นว่ามีการพ่นสีบนพื้นที่กำแพงตามบ้านหรือที่ส่วนบุคคล ซึ่งไม่ใช่ที่สาธารณะ อยากให้เจ้าของทรัพย์สินเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดี กับผู้ที่กระทำความผิดไม่อยากให้ปล่อยผ่าน เพราะ กทม. เองไม่มีอำนาจที่จะไปแจ้งความแทนให้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล

นายศานนท์ ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มีการพูดคุยมองหาพื้นที่สาธารณะที่ว่าง อย่างเช่นในย่านเจริญกรุง ก็พอมองเห็นว่ามีที่ว่างอยู่ ก็อาจจะใช้พื้นที่ผนังใหญ่ให้ได้ปลดปล่อยฝีมือศิลปะ หรือบอมบ์กันเต็มที่ หากได้พื้นที่แล้วก็จะประกาศให้ชัดเจน

ด้านนางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผอ.เขตบางรัก กล่าวถึงการดำเนินคดีกลุ่มคนตระเวนพ่นสีตามกำแพง ประตูอาคาร ผนังต่าง ๆ ทั้งในที่ส่วนบุคคลและในที่สาธารณะ ว่า กรณีนี้สำนักงานเขตบางรักได้ประสานส่งต่อเรื่องให้กับตำรวจในพื้นที่ ได้แก่ สน.บางรัก สน.ยานนาวา และ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่เจ้าของพื้นที่ หรือผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ เพราะต้องมีเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความก่อน 

สำหรับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีกนั้น ได้สั่งการให้เทศกิจกวดขันตรวจตราพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกับตำรวจสายตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเวลายามวิกาล รวมถึงตรวจสอบกล้อง CCTV ในพื้นที่ตามจุดต่าง ๆ พร้อมประสาน สจส. เข้าซ่อมแซมแก้ไขจุดที่กล้องชำรุดและวางแผนติดตั้งกล้องเพิ่มเติม ส่วนตู้สัญญาณสื่อสาร ป้ายรถประจำทาง ป้ายสัญญาณจราจร และป้ายต่าง ๆ ที่ถูกขีดเขียน หรือพ่นสีทับสกปรก จัดเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดในเบื้องต้น พร้อมประสานหน่วยงานที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน ให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดด้วย.