เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ชาวบ้านต่างพากันอพยพออกจากพื้นที่บางส่วน ร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ ร้านค้าต่างๆ พากันปิดร้านเงียบกริบ แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ อปพร. ชรบ. และผู้นำชุมชนที่ยังอยู่ บางคนก็ทิ้งสัตว์เลี้ยง เช่น วัวควายเอาไว้ให้กับทางผู้นำชุมชนช่วยดูแล

ส่วนชาวบ้านที่ยังอยู่ก็อยู่ด้วยความจำเป็นและหวาดระแวง บางครอบครัวสร้างหลุมหลบภัย หรือบังเกอร์หลบภัยเป็นของตัวเองและเตรียมเตรียมข้าวของเอาใส่รถไว้เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา ชาวบ้านบางคนออกไปกรีดยางพารา หรือไปดูไร่นาต่างๆ ที่อยู่ติดแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารก็เตือนหากไม่จำเป็นอย่าเพิ่งเข้าพื้นที่ระยะนี้ บอกแต่เพียงว่าช่วงนี้อันตรายเพราะมีเสียงปืนเล็กของทหารกัมพูชายิงยั่วยุอยู่บ่อยครั้ง ให้ทุกคนเตรียมพร้อมตลอดเวลา

น.ส.ชลิตา อายุ 35 ปี บ้านอยู่ไม่ห่างจากปราสาทตาควาย กล่าวว่า อยากให้สถานการณ์ชายแดนจบไวๆ ตอนนี้ไม่ได้ทำมาหากินอะไรเลย อยู่แบบหวาดระแวงวันต่อวัน อยากจะเป็นทหารถือปืนไปยิงเอง ทุกวันนี้อยู่แบบกังวลมาก แค่ได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือได้ยินเสียงอะไรที่เป็นเสียงดังก็ตกใจ เพราะว่าตรงนี้ห่างจากปราสาทไม่ไกล มีเสียงปะทะกันก็ได้ยินบ่อย ก็เลยต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เตรียมพร้อมทุกวัน

“อยากจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลว่า อยากให้มันจบไวๆ อยากจะให้เปิดไฟเขียวให้ทหารดำเนินการจัดการให้จบ ตอนนี้ก็อยู่แทบไม่ไหวแล้ว ไม่ได้ทำมาหากินอะไรเลย อยู่แต่ละวันต้องระแวง นอนไม่หลับทุกวัน” น.ส.ชลิตา กล่าว




