สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานวันนี้ (4 ต.ค. 2568) ว่า ฌอน “ดิดดี” โคมบ์ส เจ้าพ่อเพลงฮิปฮอปชื่อดังของสหรัฐ ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 50 เดือน หรือ 4 ปี 2 เดือน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมสั่งปรับเป็นเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16.1 ล้านบาท) จากความผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี โดยการพิจารณาคดีเต็มวันในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงอย่างดราม่า หลังจากที่โคมบ์สได้กล่าวขอโทษและร้องขอความเมตตาต่อศาล

ผู้พิพากษาประจำเขต อรุณ สุบรามาเนียน เป็นผู้ตัดสินลงโทษจำคุก 50 เดือน และปรับเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐแก่โคมบ์ส วัย 55 ปี แม้ว่าอัยการจะเรียกร้องให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 11 ปี ขณะที่ทนายความของโคมบ์สขอให้จำคุกเพียง 14 เดือน ซึ่งจะเท่ากับระยะเวลาที่เขาถูกคุมขังในเรือนจำที่บรูคลินมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว

ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม 2568 คณะลูกขุนได้ตัดสินให้โคมบ์ส พ้นจากข้อหาที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งได้แก่ข้อหาค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศและสมคบกับบุคคลอื่นเพื่อกรรโชกทรัพย์ แต่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในสองข้อหาเกี่ยวกับการขนส่งบุคคลข้ามรัฐเพื่อค้าประเวณี 

ระหว่างการพิจารณาคดีที่ดำเนินไปอย่างยาวนาน ผู้พิพากษาสุบรามาเนียนได้แสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อเหยื่อที่ให้การในระหว่างการพิจารณาคดี โดยกล่าวถึงพยานที่ให้การถึงรายละเอียดอันน่าสะเทือนใจของการถูกทำทารุณกรรมอย่างยาวนานจากการกระทำของโคมบ์สว่า “เราได้รับฟังคุณแล้ว” และ “คุณยืนหยัดต่อสู้กับผู้มีอำนาจ มันไม่ง่ายเลย”

ผู้พิพากษากล่าวว่า เขามีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องตัดสินลงโทษให้สาสมกับ “อาชญากรรมร้ายแรง” ของโคมบ์ส ซึ่งเขากล่าวว่า ได้ “สร้างความเสียหายอย่างไม่สามารถแก้ไขได้แก่ผู้หญิงสองคน” และ “ศาลไม่มั่นใจว่าหากได้รับการปล่อยตัว อาชญากรรมเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก” 

อย่างไรก็ตาม แม้แต่ผู้พิพากษาสุบรามาเนียนเอง ก็ยอมรับว่าบทลงโทษครั้งนี้ มีระยะเวลาสั้นกว่าช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติแนะนำไว้ที่ 70-87 เดือนมาก โดยเขาได้กล่าวกับโคมบ์สว่า เขาคาดหวังว่าโคมบ์ส จะ “ใช้ประโยชน์จากโอกาสครั้งที่สองให้ได้มากที่สุด”

ก่อนที่ผู้พิพากษาจะประกาศคำตัดสิน โคมบ์สได้กล่าวต่อศาลทั้งน้ำตาว่าเขา “เสียใจอย่างแท้จริง” ต่อการกระทำของเขา โดยเขากล่าวขอความเมตตาจากศาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งขอโทษต่อครอบครัวและเหยื่อของเขา โดยกล่าวว่าพฤติกรรมของเขา “น่ารังเกียจ น่าอับอาย และป่วย” ซึ่งอ้างว่าเป็นผลมาจากการเสพยาเสพติดที่ทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้

ในเวลาต่อมา ทีมทนายความของโคมบ์ส ประกาศว่ากำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่อยู่ด้านนอกของศาลว่า พวกเขารู้สึกว่าผู้พิพากษาทำหน้าที่เป็น “ลูกขุนคนที่ 13” และคำตัดสินนี้ “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ”

เครดิตภาพ : AFP