เมื่อวันที่ 5 ก.ย.“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “นโยบายเร่งด่วนรัฐบาลอนุทิน” โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,149 คน ผ่านการสำรวจทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 1–3 ตุลาคม 2568
ผลสำรวจพบว่า ประชาชนคาดหวังนโยบายด้านเศรษฐกิจมากที่สุด โดยร้อยละ 59.36 ต้องการเห็นการสร้างรายได้และลดรายจ่ายในชีวิตประจำวัน รองลงมาคือ ด้านความมั่นคงของประเทศ ร้อยละ 20.45 ขณะที่ร้อยละ 57.96 เห็นว่านโยบายรัฐบาลชุดนี้ “แตกต่าง” จากรัฐบาลก่อนหน้าในระดับหนึ่ง
หลังจากการแถลงนโยบาย ประชาชนส่วนใหญ่มีความรู้สึก “ไม่ค่อยเชื่อมั่น” (ร้อยละ 43.78) และ “ค่อนข้างเชื่อมั่น” (ร้อยละ 42.12) ซึ่งสะท้อนถึงภาวะความรู้สึกก้ำกึ่งต่อรัฐบาลชุดใหม่ โดยสิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกรัฐบาลมากที่สุดคือ “อยากเห็นผลงานเป็นรูปธรรม” โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และค่าครองชีพ คิดเป็นร้อยละ 31.33
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า หลังจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ประชาชนรู้สึกถึงความแตกต่างจากรัฐบาลชุดก่อน โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจที่สร้างความคาดหวังและความตื่นตัวในสังคม อย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสในการบริหารยังเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดนี้ยังอยู่ในระดับ “ก้ำกึ่ง” ซึ่งสิ่งที่จะชี้ชะตาคือ “การลงมือทำจริง” ในช่วง 4 เดือนนับจากนี้ ว่าจะสามารถเปลี่ยนความลังเลให้กลายเป็นความเชื่อมั่นได้หรือไม่
ด้าน ดร.มุทิตา มากวิจิตร์ อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายปกครองและการบริหารงานภาครัฐ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อน “เสียงของประชาชน” ที่มุ่งหวังให้รัฐบาลอนุทินเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ เพราะเป็นปัจจัยพื้นฐานของคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของครัวเรือน
นอกจากเศรษฐกิจแล้ว ประเด็นด้าน “ความมั่นคง” ยังคงเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมืองและความสงบเรียบร้อย เป็นเงื่อนไขสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งด้านการลงทุน การค้าระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ผลโพลยังชี้ให้เห็นว่า ประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลนี้อย่างชัดเจน จึงถือเป็น “บททดสอบสำคัญ” ที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ศักยภาพผ่านการบริหารจริง หากสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะสั้น ย่อมจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและฐานสนับสนุนทางการเมืองในระยะยาวได้



