เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ที่ถูกตำรวจจับกุมในข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์” หลังผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง เข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกรับเงิน 2.5 ล้านบาท แลกกับการไม่ไลฟ์สดโจมตีการทำงาน เกี่ยวกับกรณีขบวนการลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกัก ตม.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า เบื้องต้นได้รับรายงานการจับกุมตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตรวจสอบพฤติกรรมข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีมีหลักฐานชัดเจนว่ามีตำรวจบางนายสังกัดพื้นที่ภาคใต้ แต่ไปปรากฏตัวในพื้นที่นครบาลและเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการจนถูกออกหมายจับ

ทั้งนี้ หากพบเข้าข่ายกระทำผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการทางวินัยอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยตามขั้นตอนผู้ถูกกล่าวหา ต้องรายงานตัวต่อต้นสังกัด จากนั้นจะมีการรายงานเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาทั้งด้านวินัยและการปกครอง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ผบ.ตร. มีนโยบายชัดเจน หากตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต จะได้รับการสนับสนุนและความก้าวหน้า แต่หากพบการกระทำผิดและมีพยานหลักฐานชัดเจน จะดำเนินการลงโทษอย่างถึงที่สุด โดยสามารถสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร

พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ที่มีกรณีตำรวจเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายหรือกรรโชกทรัพย์ ขอให้แยกเป็นพฤติกรรมรายบุคคล ไม่เกี่ยวกับภาพรวมขององค์กร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด

ส่วนกรณีถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการจับกุมที่อาจมีความเงียบผิดปกติ และการนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ผู้ต้องหามีสิทธิฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม และไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล

ทั้งนี้ ยืนยันว่าศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 6 รายแล้ว ซึ่งถือเป็นการผ่านการตรวจสอบพยานหลักฐานจากกระบวนการยุติธรรมก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป