เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ว่า ตนได้ยินข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำหมอช้างมาผูกข้อมือนายอนุทิน และอวยพรให้นายอนุทินเป็นนายกฯ 4 ปี ซึ่งนายอนุทินตอบว่าเอา 4 เดือนนี้ให้รอดก่อนนั้น การตอบคำถามของนายอนุทิน สามารถตีความได้เป็น 2 นัย คือ นัยแรก คงกล่าวในลักษณะถ่อมตน ซึ่งเป็นนิสัยของนายอนุทิน แต่อีกนัยหนึ่ง นายอนุทินน่าจะรู้ดีว่าอายุของรัฐบาลชุดนี้จะให้รอด 4 เดือน เหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย ทั้งนี้ ถ้าดูจากการอภิปรายนโยบายรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน 2 พรรค คือพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จะเห็นได้ชัดว่าประเด็นการอภิปรายนโยบายมุ่งไปสู่การกรุยทาง หรือโหมโรงไปสู่ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายเทพไท ระบุอีกว่า นอกจากนี้มีประเด็นล่อแหลมที่อาจถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ใน 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ 1.คดีฮั้วในการเลือก สว. และคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม เห็นได้ชัดว่าการวางตัว พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เป็นรมว.ยุติธรรม และการแต่งตั้งนายศุภชัย ใจสมุทร เป็นโฆษกของกระทรวงยุติธรรมนั้น เพื่อดูแล 2 คดีนี้ โดยมีการชี้แจง ตอบโต้ กดดัน เร่งรัด ทำทุกรูปแบบเหมือนกับการมาคุ้มครอง 2 คดีใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจของครูใหญ่แห่งบ้านบุรีรัมย์ และล่าสุดถูกกล่าวหาว่ามีการแต่งตั้งคณะทำงานของ รมว.ยุติธรรม มาจากบุคคลที่ทำคดีเหล่านี้ จึงทำให้มีข้อสงสัยจากพรรคฝ่ายค้าน และอาจถูกหยิบยก 2 คดีนี้ นำไปสู่ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้
2.ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีบางคนหมิ่นเหม่ต่อการขัดต่อจริยธรรม ซึ่งการอภิปรายจาก สส.พรรคประชาชนอย่างน้อย 2 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พุ่งเป้าไปยังพฤติกรรมคุณสมบัติของรัฐมนตรี โดยพูดถึงกรณีที่มีนักธุรกิจต่างชาติบางคนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน และมาเกี่ยวข้องกับผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย และรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมสนใจ และการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรวันแถลงนโยบาย ก็ไม่ได้รับคำตอบจากผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ถูกพาดพิงเลย จึงทำให้สังคมสงสัย ทั้ง 2 ประเด็นนี้ น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอทำให้พรรคฝ่ายค้าน 2 พรรค สามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ได้
นายเทพไท ระบุว่า แม้สิ้นเดือน ต.ค.นี้จะปิดสมัยประชุมรัฐสภา แต่จะมีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในเดือน ธ.ค. และถ้าพรรคฝ่ายค้านทั้ง 2 พรรค ตกลงกันได้และรวบรวมรายชื่อ สส.เตรียมจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตนเชื่อว่านายอนุทินจะตัดสินใจยุบสภาทันที คงไม่ปล่อยให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เข้าในวาระการประชุม ซึ่งจะทำให้นายอนุทินไม่สามารถยุบสภาได้ และหากมีการอภิปราย จะถูกคว่ำกลางสภา ตนจึงเชื่อว่าภายในเดือน ธ.ค.นี้ หลังจากเปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญแล้ว รัฐบาลจะประกาศยุบสภาทันที



