เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อน 2,805 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มวลน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลทำให้แม่น้ำน้อยและคลองสาขามีระดับน้ำสูงขึ้นเฉลี่ยราว 5-10 เซนติเมตร และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ที่ชุมชน ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจุดที่ลุ่มต่ำที่สุดของ อ.เสนา เป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำน้อยที่รับมวลน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาถูกน้ำท่วมมานานกว่า 2 เดือน ย่างเข้าเดือนที่ 3 บ้านเรือนถูกน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 2-4 เมตร จนถึงพื้นบ้านหลายหลังคาเรือนต้องหนุนพื้นบ้านจวนจะถึงหลังคา พื้นที่ของตำบลถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่เหลือเพียงถนนสายหลัก สายเสนา-ผักไห่ ช่วง ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง ระยะทาง 10 กิโลเมตร หลายจุดน้ำเริ่มขึ้นแนวถนน เจ้าหน้าที่แขวงการทางเร่งทำแนวป้องกันน้ำไหลข้ามถนน

ที่บ้านของ นางวิไล สมสุข อายุ 56 ปี และสามี นายวันชัย กลั้นดี อายุ 68 ปี หมู่ 2 ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา ถูกน้ำท่วมตัวบ้านสูงกว่า 1 เมตร ต้องงัดพื้นบ้านหนุนที่นอนให้อยู่ระดับหน้าต่าง นางวิไล เล่าทั้งน้ำตาว่า น้ำท่วมแบบนี้ใช้ชีวิตยากลำบากมาก สามีป่วยมะเร็งจะพาไปหาหมอก็ต้องพายเรือออกไปที่ถนน มีน้องชายป่วยเส้นเลือดสมองตีบจะไปอยู่ข้างนอกก็ลำบาก ทุกวันนี้ไม่เคยนอนหลับเลย กลัวน้ำจะขึ้นถึงหัว มองรอบๆ บ้านมีแต่น้ำ เวลาที่จะเข้าห้องน้ำต้องพายเรือออกไปที่ถนนมีส้วมชั่วคราว
ด้าน นางสาวจันทร์เจ้า โพธิ์สุทธิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.หัวเวียง กล่าวว่า ในพื้นที่ของชุมชนทั้งต.หัวเวียง และต.บ้านกระทุ่ม ถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่หมดแล้ว เหลือเพียงถนนสายหลักที่ชาวบ้านบางส่วนใช้เป็นที่หนีน้ำท่วม นำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สัตว์เลี้ยง บางครอบครัวมาใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว ชาวบ้านยังต้องพายเรือออกมาจากชุมชนที่ถูกน้ำท่วมมาที่ถนนสายนี้เพื่อไปทำงาน ไปซื้ออาหารมากักตุนเอาไว้ในการใช้ชีวิตที่ถูกน้ำท่วม และยังเป็นจุดที่จะกระจายความช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชน หากถนนนี้ถูกน้ำท่วมจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก



