สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่า มาราเปกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สนธิสัญญาฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยคำนึงถึงภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และความเป็นจริงอันยั่งยืนของชุมชนที่พวกเขาอยู่ร่วมกัน โดยเขาเปรียบเทียบสนธิสัญญาว่าเป็นเหมือน “รั้วขนาดใหญ่” ที่ล้อมรอบบ้าน 2 หลัง

ทั้งนี้ ผู้นำปาปัวนิวกินีย้ำว่า สนธิสัญญาฉบับดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น จากเหตุผลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งดูเหมือนจะสื่อถึงการอ้างถึงผลประโยชน์ทางทหารของประเทศต่าง ๆ เช่น จีนและสหรัฐ ในภูมิภาคแปซิฟิก

เขาย้ำว่า ปาปัวนิวกินีรักษามิตรภาพกับทุกฝ่าย และสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ด้านอัลบาเนซีกล่าวว่า สนธิสัญญานี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึง “ความสามารถในการทำงานร่วมกัน” ระหว่างสินทรัพย์ด้านการป้องกันประเทศของทั้งสองฝ่าย และเสริมว่า สินทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือประชาชน

ขณะที่สำนักข่าวเอบีซีของออสเตรเลียรายงานว่า ทั้งสองประเทศจะแบ่งปันสิทธิต่าง ๆ เช่นเดียวกับพันธมิตรข่าวกรอง “ไฟฟ์ อายส์” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐ

อนึ่ง ทำเนียบรัฐบาบปาปัวนิวกินี เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ข้อตกลงความมั่นคงร่วมกับออสเตรเลีย จะเปิดทางให้ชาวปาปัวนิวกินี 10,000 คน เข้ารับราชการในกองกำลังป้องกันประเทศของออสเตรเลีย ตามเป้าหมายของปาปัวนิวกินี ซึ่งต้องการสร้างกองกำลังที่มีกำลังพล 7,000 นาย

อนึ่ง การลงนามในสนธิสัญญาเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ หลังปาปัวนิวกินีเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี การเป็นเอกราชจากออสเตรเลีย ขณะเดียวกัน รัฐบาลแคนเบอร์รากำลังพยายามลงนามในข้อตกลงด้านความมั่นคงกับฟิจิ หลังข้อตกลงที่คล้ายกันกับวานูอาตู ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถูกระงับไปเมื่อเดือนที่แล้ว.

เครดิตภาพ : AFP