เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายสมชาย สิโตทัย เกษตรกรวัย 63 ปี ทำไร่ถั่วเขียวอยู่ในพื้นที่ ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า เมื่อก่อนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ในพื้นที่ข้างเคียงก็ปลูกกันหลายร้อยไร่ เพื่อส่งขายให้กับโรงงานอาหารสัตว์ต้องประสบปัญหากับฝนทิ้งช่วงยืนต้นตายคาไร่ต้องไถทิ้งบางแปลงก็ให้ผลผลิตไม่ดีขายขาดทุนทำให้ต้องประสบกับปัญหาขาดทุน ทั้งต้องเสียค่าไถที่ในการเตรียมดินปลูกข้าวโพด เมล็ดพันธุ์หลายสิบกิโลกรัม ค่าแรงในการหยอดข้าวโพด จนต้องปลูกพืชชนิดอื่นมาทดแทนที่เชื่อว่าจะสามารถจำหน่ายได้ราคาเป็นการคืนทุนที่เสียไปกับการปลูกข้าวโพด

โดยเห็นว่าการปลูกถั่วเขียวมาทดแทนข้าวโพดน่าจะดีกว่าและขายได้ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 20 บาท รวมทั้งการลงทุนก็น้อยกว่าการปลูกข้าวโพดที่จ้องการน้ำเยอะในช่วงต้นฤดูการปลูก สำหรับถั่วเขียวนั้นต้องการน้ำในช่วงต้น ๆ เท่านั้นและยังเป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งที่ตรงกับอากาศในช่วงช่วงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูฝนที่ในช่วงที่ถั่วเขียวจะเก็บเกี่ยวได้ฝนก็ทิ้งช่วงไปแล้ว โดยใช้ระยะเวลาในการปลูกถั่วเขียวประมาณ 75 – 90 วันเท่านั้น ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว นอกจากนี้ถั่วเขียวหรือพืชตระกูลถั่วยังเป็นพืชที่มีราดบำรุงดินอีกชนิดหนึ่งด้วย

ขณะนี้ที่ไร่ของตนก็ปลูกถั่วเขียวมาได้ประมาณเดือนเศษแล้วต้นกำลังเจริญเติบโตเป็นที่พอใจ แต่ก็ต้องมีการพ่นยาป้องกันโรคแมลงบางก็ไม่มากนัก ซึ่งก็เป็นความหวังในการสร้างรายได้หลังจากที่ได้มีการเก็บเกี่ยวในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนราคาในปีที่ผ่านมาขายได้ในราคากิโลกรัมละ 22 – 25 บาทในปีนี้มีเกษตรกรหันมาปลูกกันมากราคาอาจจะลดลงกว่าในปีที่ผ่านมาก็ได้ แต่เชื่อว่าราคาที่ได้ในปีนี้ก็คงจะเป็นที่น่าพอใจลดลงก็คงไม่มากเท่าไร หลังจากที่เก็บเกี่ยวแล้วก็ต้องหยุดการทำไร่เพราะเป็นช่วงฤดูแล้งไม่มีน้ำทำได้เพียงดูแลปรับปรุงพื้นดินรอในช่วงฤดูฝนหน้า