สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า ทำเนียบเลลีเซออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เชิญนายเซบาสเตียน เลอคอร์นู นายกรัฐมนตรี เข้าพบ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับ “เสถียรภาพของบ้านเมือง” ซึ่งเลอคอร์นูตอบรับข้อเสนอของมาครง ในการ “เจรจารอบสุดท้ายกับทุกขั้วการเมือง” แล้วรายงานผลให้ผู้นำฝรั่งเศสทราบ ภายในคืนวันพุธที่ 8 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น


หากการเจรจาไม่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ไม่ว่าด้วยกรณีใดก็ตาม แถลงการณ์ของทำเนียบผู้นำฝรั่งเศสระบุว่า มาครง “จะแสดงความรับผิดชอบ” ซึ่งหมายถึงการยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ไม่ใช่การลาออกของมาครง ซึ่งยังเหลือวาระในสมัยที่สองอีกประมาณ 18 เดือน


ขณะที่นายกาเบรียล อัตตาล อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเรอแนซองส์ ที่เป็นพรรคสายกลางของมาครง กล่าวว่า “ไม่เข้าใจ” กับการตัดสินใจของผู้นำฝรั่งเศส “ซึ่งทำสิ่งเดียวกันมากถึง 3 ครั้งภายในหนึ่งปี” กล่าวคือ การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และมองว่า “ถึงเวลาต้องทำอย่างอื่นแล้ว” แต่ยืนยันว่า จะเข้าร่วมการเจรจากับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ตามแนวทางของมาครง


ทั้งนี้ เลอคอร์นู ซึ่งมาครงเพิ่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผู้นำฝรั่งเศสประกาศรายชื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่


อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายวิเคราะห์ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้น่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่นาน โดยพรรคแนวร่วมแห่งชาติของนางมารีน เลอ แปน และนายจอร์แดน บาร์เดลลา ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดและเป็นแกนนำฝ่ายค้าน วิจารณ์อย่างหนักว่า การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “ไม่มีอะไรใหม่” และจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ


ส่วนมาครงเองกำลังเผชิญกับระดับความนิยมที่ตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่เจ้าตัวยืนยันจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ลาออก จากการไม่สามารถแก้ไขวิกฤติหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสได้ ส่งผลให้เพดานหนี้ตอนนี้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นอันดับสามของสหภาพยุโรป (อียู) รองจากกรีซและอิตาลี.

เครดิตภาพ : AFP