การปิดช่องแคบฮอร์มุซจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ถือเป็นกรณี “การหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก” ตามการระบุขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง


การปิดช่องแคบทำให้ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) หายไปจากตลาดโลกประมาณ 20% ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทำสถิติพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,855.60 บาท) ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างฉับพลัน


ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งปุ๋ยเคมีมากกว่า 30% ของโลก รวมถึงปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยแอมโมเนีย ราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้เกษตรกรทั่วโลก ต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อราคาอาหารในอนาคต และมีความเสี่ยงต่อปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ถึงขั้นสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เตือนว่าอาจเกิด “วิกฤติความหิวโหยระดับสูงสุด” ในพื้นที่เปราะบาง


สำหรับกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านกับอิหร่าน ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากกว่า 80% ของปริมาณที่บริโภคภายในประเทศ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดภาวะฉุกเฉินด้านอุปทานอาหาร ทำให้ราคาอาหารในภูมิภาคพุ่งสูงขึ้นถึง 40-120% และร้านค้าปลีกต้องใช้การขนส่งทางอากาศเพื่อนำเข้าสินค้าจำเป็นแทน ซึ่งเป็นต้นทุนที่มหาศาล


ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เช่น แนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลาสติก บรรจุภัณฑ์ และเมทิลแอลกอฮอล์ ไม่สามารถขนส่งได้ ห่วงโซ่การผลิตพลาสติกทั่วโลกชะงักงัน โรงงานในเอเชียลดกำลังการผลิต ราคาผลิตภัณฑ์พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 30%


นอกจากนี้ 50% ของกำมะถันโลกขนส่งผ่านเส้นทางนี้ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมกรดซัลฟิวริกและปุ๋ย และประมาณ 1 ใน 3 ของฮีเลียมโลกมาจากกาตาร์ ซึ่งจำเป็นต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอ


วิกฤติที่ยืดเยื้อครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานหน้าปั๊มเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน “โดมิโน” ที่เขย่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกในทุกมิติ ทุกฝ่ายต่างจับตาดูท่าทีของสหรัฐและอิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทุกการตัดสินใจจะเป็นตัวกำหนดว่า โลกต้องแบกรับความสูญเสียจาก “สงครามแห่งอุปทาน” ครั้งนี้ไปอีกนานเพียงใด.

ทีมข่าวต่างประเทศ