สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ว่า น.ส.ออโรเร แบร์จ โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส กล่าวว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง จะดำรงตำแหน่งผู้นำฝรั่งเศสสมัยที่สอง “จนครบวาระในนาทีสุดท้าย” และลงจากตำแหน่งตามกำหนดในปี 2570
อย่างไรก็ตาม นายเอดูอาร์ ฟิลิป อดีตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลมาครงสมัยแรก และดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดระหว่างปี 2560-2563 กล่าวว่า ฝรั่งเศสควรมี “การเลือกตั้งประธานาธิบดีก่อนกำหนด” และควรจัดขึ้นให้เร็วที่สุด หลังรัฐสภาผ่านกฎหมายงบประมาณฉบับใหม่
Macron ally calls on French president to quit early https://t.co/vTDqvLorNZ
— Financial Times (@FT) October 7, 2025
ถ้อยแถลงดังกล่าวของฟิลิป เรียกเสียงฮือฮาจากทุกฝ่ายในฝรั่งเศส ถึงขั้นที่สื่อท้องถิ่นกล่าวว่า “เป็นระเบิดทางการเมือง” และหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์การเมืองยุคใหม่ของฝรั่งเศส ต่อจากการลาออกของประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล เมื่อปี 2512 หลังประชาชนออกเสียง “ไม่เห็นชอบ” ในการลงประชามติ ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสในเวลานั้นผลักดันเรื่องการปฏิรูประบบวุฒิสภาและการปกครองส่วนท้องถิ่น
สำหรับกำหนดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ของฝรั่งเศส คือในปี 2570 ซึ่งมาครงไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก และหลายฝ่ายมองว่าคือ “โอกาสดีที่สุด” ของนางมารีน เลอ แปน จากพรรคแนวร่วมแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด และเป็นพรรคฝ่ายค้านขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานี้
ทั้งนี้ ฝรั่งเศสเผชิญกับวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ จากการที่มาครงตัดสินใจยุบสภา เมื่อปี 2567 เนื่องจากพรรคเรอแนสซสองส์ซึ่งเป็นพรรคสายกลางของมาครง ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภายุโรป
แต่ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่หลังการยุบสภาครั้งนี้ กลับนำมาซึ่งภาวะ “สภาแขวน” คือไม่มีพรรคใดได้รับเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด และกลับกลายเป็นการทำให้พรรคขวาจัดได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ทั้งนั้น หากมาครงเลือกแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ บุคคลนั้นจะเป็นคนที่ 8 นับตั้งแต่รัฐบาลมาครงสมัยแรก และเป็นคนที่ 6 นับตั้งแต่มาครงดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง เมื่อปี 2565.
เครดิตภาพ : AFP



