เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ในอัตรา 2,400 ลบ.ม./วินาที ทำให้มวลน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงส่งผลกระทบกับชุมชนที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำยังคงท่วมสูง

ในพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ติดกับแม่น้ำน้อยทั้งสองฝั่ง ได้รับผลกระทบแล้ว 17 ตำบล 130 หมู่บ้าน 4 ชุมชน รวมกว่า 9,338 หลังคาเรือน หลายชุมชนน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร ถนนทางเข้าชุมชน ถูกน้ำท่วม 42 สายทาง โรงเรียนถูกน้ำท่วม 7 แห่ง มัสยิด 1 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีก 2 แห่ง ต้องปิดชั่วคราวจากระดับน้ำที่ยังไม่ลด

โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำน้อย ต.บ้านแพน และ อบต.รางจรเข้ ระดับน้ำท่วมสูง บ้านเรือนบางหลังท่วมจนถึงพื้นบ้าน บางหลังท่วมครึ่งหลังของบ้าน หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมมาแล้ว 3 เดือน หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ ทั้งกิน นอน และทำอาหารบนบ้านที่หนุนพื้นสูง

นางอารี สีคล้าย อายุ 59 ปี ชาวบ้านกล่าวว่า น้ำขึ้นลงถึงพื้นบ้าน 3 รอบ เดือน ต.ค. เป็นเดือนที่ยาวนานที่สุด ไม่รู้น้ำจะกลับมาขึ้นอีกไหม จะเป็นแบบนี้ทุกปี พอน้ำมาเราก็หนุนบ้านรอเลย ให้สูงกว่าพื้นบ้าน 1 เมตร เอาไว้เก็บของและเป็นที่นอน

ส่วนในพื้นที่ของ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วมแล้ว 16 ตำบล 101 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 6,386 ครัวเรือน ระดับน้ำหลายชุมชนยังถูกท่วมสูง 2-3 เมตร

ส่วนสถานการณ์ในลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ระบายน้ำในอัตรา 300 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ปักธงเขียว หลังสถานการณ์น้ำเริ่มลดลง โดยยังคงระบายน้ำในอัตรา 416 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อน ลดลงประมาณ 50 ซม. และที่สะพานปรีดี-ธำรง อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำลดลงประมาณ 90 ซม.