เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม ม.4 ต.ระหาน อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร บริเวณหน้าโบสถ์ที่มีองค์พญานาค 2 องค์ใหญ่ คือ “พญาวิรูปักโขนาคาธิราช” และ “พญานพเกตุนาคินีเทวี” ที่ได้สร้างไว้ให้ญาติโยมได้กราบสักการะขอพร โดยในวันดังกล่าวเป็นวันออกพรรษา ชาวบ้านได้มีการรวมตัวกันประกอบพืธี “จุดเทียนประทีป” บุญเดือนสิบเอ็ดออกพรรษา ซึ่งจะจัดขึ้นในวันออกพรรษาของทุกปีสืบทอดกันมายาวนาน

ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะเป็นประเพณีตักบาตรเทโว โดยเชื่อกันว่าการจุดเทียนประทีปนั้นคือความเชื่อ 2 ประการที่ว่า คือ 1.จุดเพื่อบูชา นางกาเผือก ตามนิทานที่เล่าว่า นางกาเผือกมีไข่ 5 ฟอง แต่ละฟองถูกลมพายุพัดกระจัดกระจายกันไป แต่เมื่อฟักออกมาแล้วกลับกลายเป็นมนุษย์เพศชายทั้ง 5 คน ได้แก่ ฟองที่ 1 แม่ไก่นำไปฟัก จึงได้ชื่อว่า กกุสันธะ ฟองที่ 2 นาคได้นำไปฟัก จึงได้ชื่อว่า โกนาคมนะ ฟองที่ 3 เต่าได้นำไปฟัก จึงได้ชื่อว่า กัสสปะ ฟองที่ 4 วัวได้นำไปฟัง จึงได้ชื่อว่า โคตมะ ฟองที่ 5 มนุษย์ได้นำไปฟัก จึงได้ชื่อว่า เมตไตยะ คนทั้ง 5 นี้ เมื่อเจริญวัยขึ้นได้ถือบวชเป็นฤาษี จนอธิษฐานบารมีปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าทั้งหมด จึงได้ชื่อว่า พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ และ 2. จุดตามพุทธประวัติ ตอนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จลงจากเทวโลกในวันออกพรรษา ชาวเมืองสังกัสสะนครและใกล้เคียงพร้อมใจกันจุดประทีปของหอม เตรียมดอกไม้นานาชนิด ทำอามิสบูชาครั้งใหญ่ ตลอดทั้งวันทั้งคืนยันรุ่งเช้า เพื่อรอต้อนรับพระพุทธเจ้า จนกลายเป็นที่มาของวันเทโวโรหนะ (การตักบาตรเทโว) หรือวันพระเจ้าเปิดโลกนั่นเอง
โดยประเพณีจุดเทียนประทีปนี้จะมีในพื้นที่ภาคเหนือบางจังหวัด แต่ส่วนใหญ่จะมีในทุกพื้นที่ภาคอีสาน และประเทศลาว โดยคนในพื้นที่ของวัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร ก็เป็นชาวอีสานที่มาตั้งรกรากอยู่ที่แห่งนี้ เลยยืดถือปฎิบัติกันต่อๆมา โดยเมื่อพระสงฆ์ทำการสวดพุทธมนต์แล้ว ชาวบ้านก็จะทำการอธิฐานยกขึ้นเหนือหัวก่อนจุดเทียนประทีปเพื่อรับพรและสิ่งดีๆให้มาปรากฎกับตนเอง จากน้้นก็ได้ร่วมกันจุดให้สว่างไปทั่วทั้งบริเวณอย่างสวยงาม เพราะเชื่อว่าจากนี้แสงสว่างจะเกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัวในเทศกาลออกพรรษานี้อย่าแน่นอน



