สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่า อิสราเอลและกลุ่มฮามาส ร่วมกันลงนามในแผน “ระยะที่หนึ่ง” ของข้อตกลงสันติภาพ ตามแนวทางของรัฐบาลวอชิงตัน ระหว่างการเจรจาที่เมืองชาร์ม เอล-ชีค ในอียิปต์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ “เป็นประวัติการณ์และไม่เคยมีมาก่อน” เพื่อยุติสงครามซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566


สำหรับเงื่อนไขหลักของข้อตกลงระยะแรก คือ กลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด 47 คน “ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว” และอิสราเอลจะถอนทหารกลับไปยังแนวเส้นตามที่ตกลงกัน ซึ่งรวมอยู่ในแผนสันติภาพ 20 ข้อ ที่ผู้นำสหรัฐเสนอในเดือนนี้


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า อาจเดินทางไปยังประเทศหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยน่าจะเป็นที่อียิปต์ หรืออาจจะพิจารณาไปยังฉนวนกาซาด้วย


ด้านกลุ่มประเทศผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งรวมถึงกาตาร์ อียิปต์ และตุรกี เปิดเผยร่วมกันว่า อิสราเอลและกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงร่วมกัน สำหรับการแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ และการเปิดทางเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้าสู่ฉนวนกาซา


นอกจากนี้ มีรายงานว่า กลุ่มฮามาสยื่นรายชื่อนักโทษที่ต้องการให้อิสราเอลปล่อยตัว หนึ่งในนั้นคือ นายมาร์วาน บาร์กูตี ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคฟาตาห์ ที่เป็นพรรครัฐบาลของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ พร้อมทั้งย้ำว่า กลุ่มฮามาสต้องการ “หลักประกันอย่างเป็นทางการ” จากสหรัฐและทุกประเทศที่สนับสนุนการเจรจา ว่าสงครามในฉนวนกาซา “จะยุติอย่างถาวร”


ต่อมา รัฐบาลอิสราเอลออกแถลงการณ์ ว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล เรียกประชุมด่วนคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขขั้นที่หนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ ส่วนกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์เพิ่มเติม ว่าข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นการปูทางสู่การยุติสงครามในฉนวนกาซา “อย่างแท้จริง”.

เครดิตภาพ : AFP