สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ว่านายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย เข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า “มาเลเซียกำลังต่อสู้กับอิสราเอล” และยืนยันว่า “ไม่หวาดหวั่น” กับการจับตาและข่มขู่ของสหรัฐ ซึ่งสนับสนุนอิสราเอล

แม้ท่าทีของมาเลเซียที่มีต่ออิสราเอลมีแนวโน้มเพิ่มความตึงเครียดกับสหรัฐ ระหว่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ระหว่างวันที่ 26-28 ต.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม อันวาร์ยืนยันการเชิญผู้นำสหรัฐตามแผนการ เพราะรัฐบาลมาเลเซีย “ยังต้องการเจรจา” กับอีกฝ่ายในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องการค้า ที่ตอนนี้มาเลเซียเผชิญกับอัตราภาษีต่างตอบแทน 19% จากสหรัฐ
Berunding bukan bererti menyerah, berunding bukan bermakna kita lemah.
— Anwar Ibrahim (@anwaribrahim) October 9, 2025
Sebaliknya, berunding adalah tanda kebijaksanaan dan kematangan dalam merungkai konflik dan mencari jalan damai.
Kita boleh berbeza pandangan, namun tetap perlu ruang berbincang kerana diplomasi ialah… pic.twitter.com/jzTRkh5oAN
ปัจจุบัน สหรัฐเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่อันดับสามของมาเลเซีย และเป็นตลาดส่งออกชิปขนาดใหญ่อันดับสามของมาเลเซียด้วย
ทั้งนี้ มาเลเซียเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกับกลุ่มฮามาส โดยยืนยันว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่างประเทศ “ที่ดำเนินมานานแล้วและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป”
ขณะเดียวกัน มาเลเซียไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล และมีจุดยืนชัดเจนเช่นเดียวกับประเทศมุสลิมทุกแห่งบนโลก รวมถึงประเทศร่วมภูมิภาคคือ อินโดนีเซีย ในการสนับสนุนหลักการสองรัฐ และการรับรองสถานะของรัฐปาเลสไตน์.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



