สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่านายหวัง อี้ รมว.กระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการเยือนกรุงปักกิ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งมีการพบหารือต่อเนื่องสองวันกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เป็นการประชุมครั้งสำคัญที่ประมุขแห่งรัฐทั้งสองประเทศได้ร่วมพูดคุยกันอย่างลึกซึ้ง และบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง และผู้นำจีนจะเดินทางไปเยือนสหรัฐ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้


หวังเรียกการพบปะครั้งนี้ว่าเป็น “การประชุมครั้งประวัติศาสตร์” พร้อมทั้งเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงความคืบหน้าในประเด็นด้านเศรษฐกิจและการค้า โดยกล่าวว่า ผู้แทนเจรจาการค้าของทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุ “ผลลัพธ์ที่สร้างสมดุล และเป็นไปในทิศทางบวกในภาพรวม ซึ่งรวมถึงการเดินหน้าปฏิบัติตามฉันทามติทั้งหมด ที่เคยตกลงกันไว้ในการหารือครั้งก่อน ๆ”


นอกจากนี้ จีนและสหรัฐยังได้ร่วมกันจัดการกับ “ข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิการเข้าถึงตลาดสินค้าเกษตร” และส่งเสริมการขยายตัวทางการค้า ภายใต้กรอบการลดอัตราภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทน ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องที่จะจัดตั้งสภาการค้าและสภาการลงทุนร่วมกันอีกด้วย


เมื่อพูดถึงสถานการณ์สงครามในอิหร่าน หวังกล่าวว่า “จีนสนับสนุนให้ทั้งสหรัฐและอิหร่านเดินหน้าแก้ไขความขัดแย้ง และข้อพิพาทต่าง ๆ รวมถึงประเด็นนิวเคลียร์ผ่านการเจรจา และผลักดันให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งโดยเร็วที่สุด บนพื้นฐานของการรักษาข้อตกลงหยุดยิง”


ในประเด็นเกี่ยวกับยูเครน หวังกล่าวว่า “จีนและสหรัฐยินดีที่จะรักษาการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง และสวมบทบาทที่สร้างสรรค์ ในการส่งเสริมให้เกิดการตั้งโต๊ะเจรจาทางการเมืองเพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์นี้”.

เครดิตภาพ : REUTERS