เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน จับกุมชายชาวอิสราเอล ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีจัดตั้งบริษัทนอมินีเพื่อถือครองที่ดินในพื้นที่เกาะพะงัน หลังหลบหนีออกนอกประเทศ ก่อนถูกจับกุมได้ขณะเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานสมุย

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้การอำนวยการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึง พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งปราบปรามขบวนการ “นอมินี” ของคนต่างด้าว การถือครองที่ดินโดยมิชอบ การประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และการกระทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 และ 23 พฤษภาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” เข้าตรวจค้นธุรกิจที่ต้องสงสัยว่าใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนคนต่างชาติ จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้รวม 45 หมายจับ โดยสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 27 ราย และยังอยู่ระหว่างติดตามตัวอีก 18 ราย

ชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี และ สภ.เกาะพะงัน สืบทราบว่า นายอิเดน อะลิสา อายุ 30 ปี สัญชาติอิสราเอล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ในข้อหา “ร่วมกันจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อให้ได้มาซึ่งการครอบครองที่ดินผ่านบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทน” จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางท่าอากาศยานสมุย

จากการตรวจสอบพบว่า นายอิเดน อะลิสา เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัท อะลิสา พาราไดซ์ จำกัด ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างชาติ เพื่อใช้บริษัทดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการถือครองที่ดินบนเกาะพะงัน โดยก่อนหน้าการเปิดปฏิบัติการ ผู้ต้องหาได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีการจับกุม จนกระทั่งวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า นายอิเดนจะเดินทางกลับเข้าประเทศในเวลาประมาณ 10.30 น. จึงเฝ้าติดตามและเข้าตรวจสอบที่ท่าอากาศยานสมุย ก่อนแสดงหมายจับของศาลจังหวัดเกาะสมุยและควบคุมตัวไว้ได้โดยไม่มีเหตุขัดขืน

ในชั้นจับกุม นายอิเดน ให้การยอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง และให้การเบื้องต้นว่าได้ว่าจ้างบริษัทรับทำบัญชีดำเนินการจัดตั้งบริษัท อะลิสา พาราไดซ์ จำกัด โดยใช้บุคคลสัญชาติไทยที่บริษัทจัดหามาให้เป็นผู้ถือหุ้นแทนตน เพื่อใช้บริษัทดังกล่าวถือครองที่ดินในพื้นที่เกาะพะงัน โดยมีแผนจะพัฒนาเป็นบ้านพักส่วนตัวในอนาคต ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหารายอื่นที่ยังหลบหนีอยู่ เพื่อขยายผลเครือข่ายนอมินีต่างชาติในพื้นที่เกาะพะงันและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี.