ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมฤทธิ์ วงษ์สวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้นำคณะกรรมการ ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดฯ เข้าพบ นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมหารือแนวทางการขับเคลื่อนงาน “เกษตรสร้างสรรค์” ที่สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ในการหารือครั้งนี้ คณะสภาเกษตรกรฯ ได้นำเสนอภารกิจหลักขององค์กร ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนเกษตรกร ถ่ายทอดข้อเสนอเชิงนโยบาย สะท้อนปัญหาและความต้องการของเกษตรกรสู่ภาครัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกำหนดแนวทางพัฒนาและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในโครงการสำคัญที่สภาเกษตรกรผลักดันอย่างต่อเนื่องคือ “อัมพวาโมเดล” หรือโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียลงมะพร้าว ซึ่งเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับองค์ความรู้ทางวิชาการ โดยมุ่งลดผลกระทบของน้ำเสียจากภาคการเกษตร ขณะเดียวกันยังมีการขับเคลื่อนการแก้ไขข้อบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางรากฐานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ในด้านการจัดการศัตรูพืช สภาเกษตรกรฯ ได้ให้ความสำคัญกับการควบคุม “หนอนหัวดำ” ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรปลูกมะพร้าวในหลายพื้นที่ โดยได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) มาทดลองและประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่ พร้อมจัดตั้ง “มหาวิทยาลัยเพื่อชีวิต” เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้โดรนพ่นชีวภัณฑ์ควบคุมหนอนหัวดำ ถือเป็นอีกก้าวของการพัฒนานวัตกรรมภาคการเกษตร
อีกหนึ่งแนวทางที่สภาเกษตรกรจังหวัดให้ความสำคัญ คือ การพัฒนาอาชีพทางเลือกแก่ชุมชน เช่น โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้เพาะพันธุ์หอยแครงแห่งแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม” ที่ตำบลคลองโคน ซึ่งสามารถเพาะพันธุ์ลูกหอยแครงจากธรรมชาติ และสร้างอาชีพเสริมให้กับชาวประมงพื้นบ้านอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ยังมีการริเริ่มแนวทางเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตร โดยเฉพาะ “เปลือกมะพร้าว” ที่เดิมเป็นของเสียจากกระบวนการแปรรูป ปัจจุบันได้รับการวิจัยร่วมกับ สวก. เพื่อแปรรูปเป็นวัสดุห่อหุ้มต้นไม้ส่งออกต่างประเทศ ถือเป็นการเพิ่มรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน นอกจากนี้ สภาเกษตรกรยังร่วมผลักดันการยกระดับ “น้ำตาลมะพร้าวแท้” ซึ่งเป็นสินค้าเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ก้าวสู่การเป็นสินค้าพรีเมียมระดับประเทศ ด้วยการพัฒนามาตรฐานการผลิต การบรรจุภัณฑ์ และกลยุทธ์การตลาด เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายในระดับสากล

ด้านนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวแสดงความชื่นชมบทบาทของสภาเกษตรกรจังหวัดที่ทำงานเชิงรุกและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด โดยระบุว่า สมุทรสงครามแม้เป็นจังหวัดเล็ก แต่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเกษตร ประมง และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะมะพร้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน ผู้ว่าฯ ชยชัย ยังมีแนวทางผลักดันให้สมุทรสงครามเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” ตามแนวทางของยูเนสโก โดยใช้เรื่องราวของอาหารพื้นถิ่นผูกโยงกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของเมืองราชนิกูล เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัด และสร้างรายได้ในทุกมิติ
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ “อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน–จัน” ต.ลาดใหญ่ และ “วัดปากสมุทร” ต.แหลมใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแฝดสยามและของผู้ว่าฯ เอง โดยมีแผนจะผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระดับนานาชาติ และจุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สุดท้าย ผู้ว่าฯ ได้ขอความร่วมมือจากสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายของภาครัฐกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเกษตรแปรรูป เกษตรอินทรีย์ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นความสอดคล้องร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชนอย่างแท้จริง



