เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.3 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว เปิดยุทธการ “พิฆาตเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์” สวมป้ายรถเถื่อน ส่งขายข้ามพรมแดน

พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค. มีผู้เสียหายเดินทางมายังสถานีตำรวจทางหลวงชลบุรี ขอความช่วยเหลือกรณีถูกหลอกลวงจากขบวนการรับจำนำรถ และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.หนองขาม ว่าได้นำรถยนต์ของตนเองยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ติดต่อจำนำผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ลักกี้ ออโต้คาร์ จำนำฝากจอดรถ” เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 68 โดยส่งมอบรถบริเวณลานจอดร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

จากนั้นได้ทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวจะถูกนำไปส่งขายยังประเทศเมียนมา โดยผ่านชายแดน จ.กาญจนบุรี จึงพยายามติดต่อเพจดังกล่าวเพื่อขอไถ่รถคืน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทำการสกัดจับกุม จนทราบว่ารถคันดังกล่าวนั้นได้ถูกเปลี่ยนป้ายทะเบียน และนำออกผ่านชายแดนไปขายประเทศเมียนมาแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ โดยมิจฉาชีพกลุ่มนี้ใช้สื่อออนไลน์ในการหารถที่มีสเปกตามความต้องการของนายทุนประเทศเมียนมา โดยจะนำมาดัดแปลงและส่งขายข้ามพรมแดนต่อไป ซึ่งพบว่าสเปกความต้องการรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นประเภทรถกระบะและรถยนต์เอสยูวี เนื่องจากนำไปใช้ในเครือข่ายสแกมเมอร์ที่อยู่ในฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารและเหมาะกับการใช้รถเหล่านี้

พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายมีการทำงานในลักษณะเครือข่ายใหญ่ มีการแบ่งหน้าที่ออกเป็นหลายหน้าที่ด้วยกัน ดังต่อไปนี้ 1.กลุ่มเปิดเพจหรือนายทุน 2.กลุ่มรับจ้างหารถหรือรับรถตามจุดต่างๆ 3.กลุ่มรับจ้างขับรถ 4.กลุ่มนายทุนที่รับรถมาส่งยังชายแดน

ทั้งนี้ สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 12 ราย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 11 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลเท็จหรือข้อมูลปลอมโดยมีเจตนาที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ร่วมกันนำเข้าหรือส่งออกของที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปโดยไม่รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานศุลกากรและซ่องโจร”