เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เมืองทองธานี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ตอท.) และตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองกำกับการ 1 บก.สอท.1 จับกุมตัวนายเจตน์ษดา อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ในบ้านพักพื้นที่เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

พล.ต.ต.ทรงกลด เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากภายหลังตำรวจได้รับข้อมูลผ่านศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเด็กหายและเด็กถูกละเมิดแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา มาตรวจพบยูสเซอร์บัญชีหนึ่งอัปโหลดภาพและวิดีโอในลักษณะอนาจารเด็ก ในระบบคลาวด์จำนวนมาก ระบุอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย จึงประสานให้ตำรวจไซเบอร์สืบสวน
จากการตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือ พบไฟล์สื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก จากการสอบถามผู้ต้องหารับสารภาพ ว่าตัวเองครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กจริง รวมทั้งก่อเหตุในชีวิตจริงกับเด็ก ซึ่งจะตระเวนไปตามปั๊มน้ำมัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กผู้ชาย ที่ขายพวงมาลัยหรือเด็กเร่ร่อน เพื่อล่อลวงไปกระทำอนาจาร พร้อมกับให้ค่าตอบแทน
ตำรวจกองกำกับการ 4 บก.สอท.2 ยังได้สืบสวนพบแอปพลิเคชันเอ็กซ์ มีพฤติกรรมลักลอบเผยแพร่สื่อลามก และแนบลิงก์เชื่อมโยงเว็บพนันออนไลน์ โดยใช้บัญชีว่า Call joy (ไม่นัด ตอบแค่แอคล็อค) ได้เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเป็นบัญชีสาธารณะมียอดผู้ติดตามกว่า 9,000 คน การสืบสวนยังพบว่าได้เปิดกลุ่มลับให้กับสมาชิกในราคา 399 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นช่องทางในการค้าและโฆษณาเว็บพนันออนไลน์

เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบบัญชีที่ชื่อว่า “น้องอะตอม” มีพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน คือเผยแพร่คลิปวิดีโอลามกอนาจารแบบสาธารณะ ซึ่งมียอดผู้ติดตามกว่า 13,000 คน และเปิดกลุ่มลับในราคา 399 บาทต่อเดือน ตำรวจจึงรวบรวมข้อมูล และรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขอศาลอนุมัติหมายจับเจ้าของบัญชี 2 บัญชีนี้ได้
โดยตำรวจได้เข้าวางแผนควบคุมตัวผู้ต้องหา คือนายศรราม อายุ 25 ปี เจ้าของบัญชี Call joy (ไม่นัด ตอบแค่แอคล็อค) ได้ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และเจ้าของบัญชีน้อง “อะตอม” หรือน.ส.พีรดา อายุ 25 ปี ได้ที่ ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดของกลางเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ มีทั้งคลิปวิดีโอและภาพลามกอีกจำนวนมาก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป
นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์ กลุ่มงานต่อต้านล่วงละเมิดทางเพศเด็กและอินเทอร์เน็ต ได้รับการร้องเรียนว่ามีชายคนหนึ่งในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพฤติกรรมอนาจารต่อเด็กผู้หญิง 2 คน อายุ 13 ปี และ 9 ขวบ อยู่ในฐานะเป็นลูกเลี้ยง จึงประสานให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าสืบสวนและลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุ พบมารดาของลูกสาว แฟนสาวผู้ก่อเหตุบอกว่า ได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว

เจ้าหน้าที่จึงนำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านอีกหลังซึ่งอยู่ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา จึงพบผู้ต้องหาอยู่ในห้องพร้อมกับพบของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ และเอสดีการ์ดความจุขนาด 2 GB อยู่ภายในห้อง ตรวจสอบพบสื่อลามกอนาจารของบุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่จำนวนมาก จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตัวเองมีพฤติกรรมกระทำอนาจารบุตรสาวทั้ง 2 คนภายในบ้านพัก และยังได้บันทึกคลิปภาพวิดีโอเก็บไว้
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเพื่อประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ส่วนเด็กผู้หญิงทั้ง 2 คนตกเป็นผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับบ้านพักเด็กจังหวัดฉะเชิงเทราคุ้มครองเยียวยาและนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือต่อไป
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ เปิดเผยว่า การดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับเพศ ภายใต้ปฏิบัติการ “THE WATCHER” ในการปราบปรามอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นอาชญากรรมร้ายแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตำรวจจะดำเนินการปิดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ประเภทนี้ให้มากที่สุด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยต่อเด็กและเยาวชน



