เมื่อวันที่ 16 พ.ค. พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวาน (15 พฤษภาคม 2569) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.ตราด) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการลาดตระเวน ซุ่มตรวจ และเฝ้าระวังพื้นที่แนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมือง ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการนำพาบุคคลข้ามแดน และผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ รวมทั้งสิ้น 17 ราย พร้อมของกลางยานพาหนะหลายรายการ

พล.ร.ต.ปารัช เผยอีกว่า เวลา 16.30 น. ฉก.นย.จันทบุรี โดย ชค.ทพ.นย.2 ร่วมกับ ร้อย.ทพ.นย.525 บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะตอน และตรวจคนเข้าเมืองโป่งน้ำร้อน เข้าจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา จำนวน 4 ราย พร้อมผู้นำพาชาวไทย 1 ราย และรถยนต์กระบะ 1 คัน บริเวณพื้นที่ล่อแหลมใกล้ชายป่าในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี หลังตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยจอดรอรับบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังฝั่งไทย จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่า มีความประสงค์เดินทางเข้าไปทำงานในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย โดยเสียค่าเดินทางคนละประมาณ 5,000 บาท ก่อนถูกควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ร.ต.ปารัช เผยว่า ต่อมาเวลา 17.00 น. ร้อย.ทพ.นย.543 ตรวจพบบุคคลสัญชาติไทย 1 ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์ลักษณะมีพิรุธ บริเวณถนนในสวนเกษตรริมชายแดน บ้านมะรุม ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จากการตรวจสอบพบว่าพยายามลักลอบนำสิ่งของอุปโภคบริโภคและบุหรี่ไทยส่งข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อแลกกับค่าจ้าง 1,000 บาท อีกทั้งผลการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ร.ต.ปารัช เผยว่า เวลา 17.30 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษของ ชค.ทพ.นย.2 ร่วมกับ ร้อย.ทพ.นย.526 บ้านแหลม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านแปลง เข้าตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยบริเวณใกล้หลักเขตที่ 53 พื้นที่หมู่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาได้จำนวน 9 ราย หลังพบเดินลัดเลาะตามภูมิประเทศเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น จากการสอบสวนทั้งหมดไม่มีเอกสารเดินทาง และให้การว่าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในประเทศกัมพูชา จึงลักลอบเดินทางเข้ามาหางานทำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยอง และชลบุรี ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
พล.ร.ต.ปารัช เผยว่า ต่อมาเวลา 17.50 น. ร้อย.ทพ.นย.543 ตรวจพบบุคคลสัญชาติไทย 2 ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่สวนเกษตรริมชายแดนลักษณะมีพิรุธ จึงเข้าตรวจสอบ พบว่าทั้งสองรายลักลอบเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ หลังเข้าไปทำงานเป็นแอดมินเพจพนันออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา โดยให้การว่าได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 20,000 – 25,000 บาท แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่กัมพูชาเข้าตรวจสอบและกวาดล้างอาคารที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานได้ จึงตัดสินใจลักลอบกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ และเสียค่านำพาคนละ 8,000 บาท เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมหญิงชาวไทยอีก 1 ราย ซึ่งทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์นำทาง พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางจำนวน 2 คัน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนและตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ในประเทศกัมพูชาทั้งในเรื่องภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและความพยายามในการแก้ไขปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้กองทัพเรือต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ การลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีการย้ายฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทยโดยตรง



