เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ก.ค. พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผบ.ตร. / ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปบย.ตร.  พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.สมพล ใจดี รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 และ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 นำหมายค้นของศาลภาษีอากรกลางเข้าทำการตรวจค้นแหล่งลักลอบจำหน่ายบุหรี้ไฟฟ้าทางออนไลน์จำนวน 2 จุด

จุดแรกเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. พบบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งที่แพครอส่งลูกค้าแล้วและที่ยังไม่ได้แพค จำนวนกว่า 50,000 ชิ้น พร้อมควบคุมตัวหญิง อายุ 30 ปี สัญชาติลาวไว้สอบสวน

จุดที่สอง เข้าทำการตรวจค้นบ้านอีกหลังในซอยเดียวกันห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมควบคุมตัวชาย อายุ 28 ปี  คนส่งของ และหญิง อายุ 40 ปี เจ้าของบ้าน มาสอบสวน และตรวจยึดเงินสดประมาณ 4.8 ล้านบาท ไว้ตรวจสอบ

พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวว่า การเข้าจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าในครั้งนี้เป็นนโยบายรัฐบาลและ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปราบผู้ที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ซึ่งเข้าดำเนินการจำนวน 2 จุดซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าเดียวกัน จุดแรกที่เค้าตรวจค้น เป็นในส่วนของโกดังเก็บสินค้า รวมถึงเป็นจุดแพ็คของและส่งของ จุดที่สองเป็นบ้านพักซึ่งตรวจพบเงินสดจำนวนหลายล้านบาท จากการสอบถามเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่ใช้หมุนในการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งรายนี้ถือว่าเป็น ผู้ค้าในระดับหัวจ่ายในเขตชั้นในของกรุงเทพ ตรวจยึดตรงกลางได้ประมาณ 50,000 ชิ้นมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

และที่สำคัญจะเห็นได้ว่าจุดนี้อยู่ใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่รวมถึงอยู่ในเขตของชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากการสอบสวนผู้ต้องหายอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าบางส่วนได้นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านและอีกส่วนเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศซึ่งถูกจับไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่องของศูนย์ และจะมีการขยายผลไปยังผู้ร่วมกระบวนการหรือนายทุนรายอื่นๆต่อไป