วานนี้ (6 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวของหญิงสาวชาวจีนสองคนซึ่งถูกสลับตัวกันตอนแรกเกิดเมื่อ 37 ปีก่อนเพราะความผิดพลาดของโรงพยาบาล และเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีบ้านอยู่ห่างกันเพียง 4 กิโลเมตรในทางตอนใต้ของประเทศจีน
รายงานจาก สำนักข่าว ไชน่า นิวส์วีก ระบุว่า หวงเสี่ยวหลิน และ หลี่ฮุ่ย ลืมตาดูโลกห่างกันเพียง 55 นาที ณ โรงพยาบาลประชาชนชิงหยวน เมืองชิงหยวน มณฑลกวางตุ้ง เมื่อเดือนตุลาคม 2532 ในตอนนั้น พยาบาลได้นำทารกไปให้ผู้เป็นแม่ดูหน้าเพียงครู่เดียว ก่อนจะพาไปยังห้องเด็กอ่อน ซึ่งเด็กทุกคนสวมชุดของโรงพยาบาลเหมือนกันหมด และหอผู้ป่วยสูตินรีเวชในยุคนั้นยังไม่มีการใช้สายรัดข้อมือระบุตัวตน แต่ใช้วิธีวางการ์ดชื่อไว้ในผ้าห่อตัวของเด็กแต่ละคนแทน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าเหตุการณ์การสลับตัวทารกเกิดขึ้นได้อย่างไร
หวงเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะมั่นคง พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเธอทำงานรับราชการ โดยเธอเป็นคนแรกที่ขอความช่วยเหลือจากตำรวจในการตามหาครอบครัวที่แท้จริง พ่อผู้เลี้ยงดูเธอมาเล่าว่า เขาเริ่มสังเกตเห็นว่าหวงมีกรุ๊ปเลือดที่ไม่ตรงกับคนในบ้านและแทบไม่มีหน้าตาคล้ายเขาเลย ทำให้เขาเกิดความสงสัยว่าภรรยานอกใจ จนในที่สุดทั้งคู่ได้หย่าร้างกันเมื่อหวงอายุได้ 5 ขวบ และทิ้งเธอให้อยู่ในความดูแลของแม่
เมื่อมองย้อนกลับไป หวงบรรยายถึงวัยเด็กของเธอว่าเต็มไปด้วยความเหินห่างทางอารมณ์จากผู้เป็นพ่อ ด้วยความหวังที่จะประสานความสัมพันธ์ เธอจึงตัดสินใจตรวจดีเอ็นเอในปี 2565 แต่กลับพบว่าคนที่เธอเชื่อว่าเป็นพ่อแม่มาตลอดชีวิตนั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเธอเลยแม้แต่คนเดียว
หวงอาศัยความช่วยเหลือจากตำรวจจนสามารถสืบหาครอบครัวที่แท้จริงพบเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว และยังระบุได้อีกว่า หลี่คือหญิงสาวอีกคนเกี่ยวข้องกับการสลับตัวทารกที่โรงพยาบาลในครั้งนั้น
ทางด้านหลี่นั้น เติบโตมาในครอบครัวที่เปิดร้านขายของโชห่วยเล็กๆ ในช่วงประถมศึกษา พ่อผู้เลี้ยงดูเธอมาได้สูญเสียเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวเพราะโดนโกงในการลงทุน ส่งผลให้พ่อแม่ของเธอต้องรับจ้างทำงานขายแรงงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ต่อมาเธอต้องออกจากโรงเรียนมัธยมเพื่อมาช่วยหาเงินเลี้ยงครอบครัว โดยทำงานเป็นมัคคุเทศก์ พนักงานต้อนรับในโรงแรม และพนักงานขาย
การทำงานหนักเป็นเวลานานหลายปีและมรสุมทางการเงินส่งผลเสียต่อสุขภาพของหลี่อย่างหนัก เธอป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบเลือดและต้องเข้ารับการผ่าตัดตัดต่อมไทรอยด์
หญิงสาวทั้งสองคนนัดพบกันเป็นครั้งแรกที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง โดยทั้งคู่จดจำการเจอกันครั้งนั้นได้ว่าเต็มไปด้วยความ “ประหม่า ตื่นเต้น และกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย” หลี่รู้สึกตกตะลึงอย่างมากเมื่อรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เธออาศัยอยู่ห่างจากพ่อแม่ทางสายเลือดเพียงแค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้น
การค้นพบอันน่าตกใจนี้ทำให้เธอตั้งคำถามว่า ชีวิตทั้งหมดของเธอจะเป็นอย่างไรหากเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้น ขณะที่หวงเองก็ครุ่นคิดว่าการถูกสลับตัวในครั้งนั้น ได้พรากชีวิตวัยเด็กที่ปราศจากความระแวงและอารมณ์เหินห่างจากพ่อแม่ไปจากเธอหรือไม่
รายงานข่าวระบุว่า หญิงสาวทั้งสองคนเลือกที่จะรักษาความสัมพันธ์กับครอบครัวที่เลี้ยงดูพวกเธอมาต่อไป โดยหลี่อธิบายว่าแม่ผู้เลี้ยงดูเธอมาไม่มีเงินบำนาญและยังต้องพึ่งพาการดูแลจากเธอ ขณะที่แม่ผู้เลี้ยงดูหวงก็แสดงเจตนาว่าไม่อยากไปรบกวนชีวิตของอีกครอบครัวหนึ่ง
ต่อมา หญิงสาวทั้งสองได้ขอคัดสำเนาประวัติการคลอดจากทางโรงพยาบาล แต่กลับได้รับแจ้งว่าไม่สามารถหาแฟ้มข้อมูลพบ และหวงยังได้รับคำชี้แจงอีกว่า เจ้าหน้าที่บางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในตอนนั้นได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว ขณะที่บางคนก็ได้ชีวิตไปแล้ว
ปัจจุบัน ทั้งคู่กำลังเรียกร้องเงินค่าชดเชยจากทางโรงพยาบาลเป็นจำนวนรวม 2.6 ล้านหยวน (ประมาณ 13 ล้านบาท) โดยคดีนี้มีกำหนดขึ้นศาลไต่สวนในวันที่ 13 สิงหาคมที่จะถึงนี้
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



