เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการปรับตัวของโรงถ่าย “เหิงเตี้ยน” ของจีน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรงถ่ายทำภาพยนตร์และละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายทำละครขนาดสั้น (Short Drama) ของตัวเอง เพื่อตอบรับต่อภาวะถดถอยที่เกิดจากกระแสการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในวงการ 

ในอดีต นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมายังเหิงเตี้ยนเพื่อเข้าชมสถานที่ถ่ายทำของซีรีส์เรื่องโปรด และเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของประเทศ ซึ่งมีสตูดิโอย่อยมากกว่า 100 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร และจัดแสดงภาพประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 5,000 ปีของจีน

ปัจจุบัน โรงถ่ายแห่งนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนจากการต้อนรับกลุ่มแฟนคลับซีรี่ส์ ไปสู่การเปิดรับผู้ที่มีความฝันอยากเป็นนักแสดง เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางโรงถ่ายได้เปิดตัวบริการใหม่ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายทำละครสั้นของตัวเองได้ โดยผู้เข้าร่วมสามารถจ่ายค่าบริการเริ่มต้นที่ 218 หยวน (1,090 บาท) สำหรับการถ่ายทำ 1 ชั่วโมง หรือ 388 หยวน (ราว 1,940 บาท) หากรวมบริการแต่งหน้าและทำผม นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจแบบกลุ่มในราคา 3,800 หยวน (ราว 19,000 บาท) และ 12,000 หยวน (ราว 60,000 บาท) สำหรับครอบครัวหรือองค์กรที่ต้องการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทีม 

นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายทำละครสั้นที่ตัวเองแสดงนำได้ในราคาเริ่มที่ 1,090 บาทต่อคน

ข้อเสนอใหม่นี้ไม่เพียงแต่สอดคล้องกับเทรนด์เศรษฐกิจแบบเน้นประสบการณ์ (Experience Economy) ที่กำลังเติบโตในสถานที่ท่องเที่ยวของจีน ซึ่งจะมีการใช้ตัวละครร่วมปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญให้โรงถ่ายอยู่รอดได้ ท่ามกลางอิทธิพลของ “เอไอ” ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอุตสาหกรรมการผลิตสื่อโทรทัศน์

สถานีวิทยุแห่งชาติจีนรายงานว่า เมื่อปีที่ผ่านมา เหิงเตี้ยนประสบภาวะการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตซีรีส์ตามปกติไปสู่การผลิตซีรีส์สั้นแนวตั้ง ซึ่งมีการจ้างงานทีมงานมากกว่า 4,000 คน และเติบโตขึ้นถึง 237% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองดังกล่าวกลับกลายเป็นฟองสบู่ในเวลาอันรวดเร็ว ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มีรายงานว่าจากซีรีส์สั้นที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด 128,000 เรื่องนั้น มีถึง 95% ที่ถูกผลิตขึ้นโดยใช้ “เอไอ” 

สถานการณ์นี้สร้างความลำบากอย่างยิ่งต่อผู้ที่พึ่งพารายได้จากเหิงเตี้ยน หรือที่เรียกกันว่า “เหิงเพียว” (กลุ่มคนที่เตร่ไปมาเพื่อหางานทำในเหิงเตี้ยน) ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะว่างงานครั้งใหญ่ ผู้กำกับซีรีส์สั้นรายหนึ่งเผยว่า ในปีนี้เขาเพิ่งได้ถ่ายทำซีรีส์ไปเพียง 2 เรื่องเท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับที่ตกต่ำอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ทีมงานกำลังแต่งตัวให้นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการถ่ายละครสั้นในเหิงเตี้ยน

แต่บริการแบบใหม่นี้ช่วยสร้างงานอย่างได้ผล ผู้กำกับแซ่จางรายหนึ่งเผยว่า ตอนนี้เขาสามารถสร้างสรรค์ซีรีส์สั้นได้มากถึง 20 เรื่องภายในวันเดียว ผู้กำกับบางคนที่เคยทำงานเป็นนักแสดงตัวประกอบในเหิงเตี้ยนมาก่อน มีความเชี่ยวชาญในการแนะนำนักแสดงมือใหม่เป็นอย่างดี พวกเขาจะแสดงเป็นตัวอย่างในแต่ละฉาก ให้ลูกค้าทำตาม คอยแนะนำและบางครั้งก็เล่าประสบการณ์ของตัวเองเพื่อช่วยดึงอารมณ์ในการแสดงของลูกค้าออกมา

สตูดิโอย่อยแห่งหนึ่งในเหิงเตี้ยนเปิดเผยว่า มีคุณแม่ยังสาวรายหนึ่งสั่งผลิตซีรีส์สั้นที่มีเธอเป็นตัวเอกถึง 17 เรื่องภายในเวลา 6 เดือน โดยเธอเปรียบเทียบกิจกรรมนี้ว่าคล้ายการได้รับการบำบัดทางจิต

ด้าน อู๋อี้จั๋ว ผู้กำกับภาพยนตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า พล็อตเรื่องยอดนิยมที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยว คือฉากที่ตัวละครที่เคยเย่อหยิ่งต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าตัวเอกของเรื่องแท้จริงแล้วมีฐานะหรืออิทธิพลยิ่งใหญ่เพียงใด โดยเขาอธิบายว่า ความชื่นชอบพล็อตแนวนี้มาจากความต้องการแสวงหา “คุณค่าทางอารมณ์” ของคน หรือพูดง่ายๆ ว่า ได้รับการเยียวยาทางใจหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมละครสั้นเหล่านี้

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES