สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า ฝนตกหนักเมื่อวันเสาร์ (29 ส.ค.) ทำให้โคลน ก้อนหิน และเศษซากต่าง ๆ ไหลทะลักลงมาตามลำธารไบรท์แองเจิล ซึ่งเป็นหุบเขาหลักที่ทอดยาวจากขอบด้านเหนือของอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ไปยังแม่น้ำโคโลราโด พัดพาเส้นทาง สะพานคนเดิน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ
เมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) สำนักงานอุทยานแห่งชาติยืนยันว่า พบศพผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมแล้ว 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นชายอายุ 46 ปี ซึ่งศพถูกพบเมื่อวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ยังคงดำเนินต่อไปตามพื้นหุบเขา
At least 2 dead in Grand Canyon flooding; Park Service says 20-plus may be missing https://t.co/92aLkrnjrP
— The Straits Times (@straits_times) September 1, 2026
จำนวนคนที่ยังคงสูญหายหลังฝนตกหนักเมื่อ 2 วันก่อนยังไม่ชัดเจน แต่หน่วยงานอุทยานแห่งชาติระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ทางหน่วยงานกำลังขอข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลมากกว่า 20 คน ที่อาจสูญหาย หรือยังไม่พบหลังเกิดน้ำท่วม
ณ เช้าวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) มีผู้คน 62 คน ถูกอพยพออกจากแฟนทอม แรนช์ ซึ่งอยู่ใกล้จุดบรรจบของลำธารไบรท์แองเจิล และแม่น้ำโคโลราโด และเส้นทางนอร์ทไคบับ ซึ่งเป็นเส้นทางเลียบลำธารผ่านพื้นหุบเขา
BREAKING ???? More than 20 people may be missing after Grand Canyon flash flood: US park service pic.twitter.com/x9mCeyOvSG
— Insider Paper (@TheInsiderPaper) August 30, 2026
ขณะเดียวกัน ระบบท่อส่งน้ำทรานส์แคนยอน ซึ่งส่งน้ำจากหุบเขามาสำหรับใช้สอยในอุทยาน ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว อุทยานจึงเหลือน้ำสำรองจำกัด ทำให้ต้องใช้มาตรการอนุรักษ์น้ำอย่างเข้มงวดในพื้นที่
ขอบด้านใต้ของอุทยานยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในวันจันทร์ (31 ส.ค.) แต่ที่พักค้างคืน และร้านค้าอื่น ๆ ปิดให้บริการ เนื่องจากคาดว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มเติม ในช่วงต้นสัปดาห์นี้
พื้นที่เดินป่าและที่พักหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ยังคงปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์ ขณะที่หน่วยงานอุทยานแห่งชาติขอให้นักท่องเที่ยว อยู่ห่างจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในขณะนี้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



