สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่าหลังจากสภาพอากาศลานีญาอ่อนกำลังลงเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ระหว่างเดือนธ.ค. 2567-มี.ค. 2568 ขณะที่สภาพอากาศเป็นกลางยังคงอยู่ นั้น
สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ประกาศว่า ปรากฏการณ์ลานีญากลับมาแล้ว เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา หลังมีการขยายตัวของอุณหภูมิผิวน้ำทะเล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออก
A La Niña Advisory has been issued, meaning that La Niña conditions have been observed in the tropical Pacific Ocean and are expected to continue through the December 2025 to February 2026 timeframe.
— National Weather Service (@NWS) October 9, 2025
A transition to ENSO-neutral conditions, meaning neither El Niño nor La Niña… pic.twitter.com/msSByC7u6Q
เอ็นดับเบิลยูเอสคาดการณ์ว่า ลานีญาจะคงอยู่ตลอดฤดูหนาว โดยมีโอกาส 55% ที่จะกลับสู่สภาวะปกติ ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. ปีหน้า
หน่วยงานเสริมว่า ความอ่อนแอที่คาดการณ์ไว้ของลานีญาครั้งนี้ มีแนวโน้มส่งผลกระทบน้อยลงต่อฤดูหนาว สวนทางกับลานีญาซึ่งเคยเกิดขึ้นระหว่างปี 2563-2566 ที่ถือว่ายาวนานผิดปกติ โดยถือเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ภาวะอากาศแปรปรวน 3 เท่า เป็นครั้งแรกของศตวรรษที่ 21 และเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2493 ส่งผลให้ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก
La Niña conditions are present and favored to persist through December 2025-February 2026, with a transition to #ENSO-neutral most likely in January-March 2026 (55% chance). A #LaNina Advisory is now in effect. https://t.co/5zlzaZ0D9Z pic.twitter.com/BdppfqhjMU
— NWS Climate Prediction Center (@NWSCPC) October 9, 2025
แม้ลานีญาจะมีอิทธิพลทำให้อุณหภูมิเย็นลง แต่ก็ไม่ได้ช่วยหยุดยั้งช่วงปีที่ร้อนจัดเป็นพิเศษ โดยอุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับสูงสุด หรือเกือบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ปี 2567 เป็นปีซึ่งโลกมีสภาพอากาศร้อนที่สุด
ด้านรายงานขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (โนอา) ระบุว่า ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกปีนี้ กินเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 พ.ย. นี้ มีแนวโน้มเกิดพายุมากกว่าปกติ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีพายุลูกใดพัดขึ้นฝั่งสหรัฐในขณะนี้.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



