สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่าหลังจากสภาพอากาศลานีญาอ่อนกำลังลงเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ระหว่างเดือนธ.ค. 2567-มี.ค. 2568 ขณะที่สภาพอากาศเป็นกลางยังคงอยู่ นั้น

สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ประกาศว่า ปรากฏการณ์ลานีญากลับมาแล้ว เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา หลังมีการขยายตัวของอุณหภูมิผิวน้ำทะเล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออก

เอ็นดับเบิลยูเอสคาดการณ์ว่า ลานีญาจะคงอยู่ตลอดฤดูหนาว โดยมีโอกาส 55% ที่จะกลับสู่สภาวะปกติ ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. ปีหน้า

หน่วยงานเสริมว่า ความอ่อนแอที่คาดการณ์ไว้ของลานีญาครั้งนี้ มีแนวโน้มส่งผลกระทบน้อยลงต่อฤดูหนาว สวนทางกับลานีญาซึ่งเคยเกิดขึ้นระหว่างปี 2563-2566 ที่ถือว่ายาวนานผิดปกติ โดยถือเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ภาวะอากาศแปรปรวน 3 เท่า เป็นครั้งแรกของศตวรรษที่ 21 และเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2493 ส่งผลให้ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก

แม้ลานีญาจะมีอิทธิพลทำให้อุณหภูมิเย็นลง แต่ก็ไม่ได้ช่วยหยุดยั้งช่วงปีที่ร้อนจัดเป็นพิเศษ โดยอุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับสูงสุด หรือเกือบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ปี 2567 เป็นปีซึ่งโลกมีสภาพอากาศร้อนที่สุด

ด้านรายงานขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (โนอา) ระบุว่า ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกปีนี้ กินเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 พ.ย. นี้ มีแนวโน้มเกิดพายุมากกว่าปกติ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีพายุลูกใดพัดขึ้นฝั่งสหรัฐในขณะนี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES