สวัสดีวันหยุด กับสารพันข่าวสารยานยนต์ กับอ้วนซ่า แอบซิ่ง เหมือนเช่นเคย นอกเหนือจากข่าวสารยานยนต์แล้ว หลายพื้นที่ในบ้านเราก็ประสบกับวิกฤติน้ำท่วมสูง แม้ว่าอาจจะไม่รุนแรงเหมือนตอนปี 54 แต่ก็ต้องไม่ประมาทนะขอรับ

                เรื่องของน้ำท่วมนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แค่ปีไหนมาก ปีไหนน้อยเท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยว่า รถยนต์ประเภทที่สมบุกสมบันและลุยน้ำได้จึงได้รับความนิยมในบ้านเรามาโดยตลอด และหนึ่งในรถที่นักเลงรถในบ้านเรารอคอยมาหลายปีแล้ว ก็คือ รถลุยในราคาจับต้องได้ สายพันธ์ “แลนด์ครุยเซอร์” (Land Cruiser) ของค่ายโตโยต้า ที่มีชื่อทางการค้าที่จดทะเบียนกับทางสำนักทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้วว่า “เอฟเจ” (FJ)

                สื่อสารมวลชนทั้งไทยและญี่ปุ่น ต่างจับจ้องและรายงานเรื่องราวของรถ เอฟเจ ที่มีรหัสว่า 500 ดี (500D) นี้มานานนับปี มันคือรถที่พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานแชสซีส์ของ รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ โตโยต้า ไฮลักซ์ แชมป์ (Toyota Hilux Champ) กระบะทรงเหลี่ยมที่เคยฮือฮากันพักใหญ่ โดยนำเอาแชสซีส์ของรุ่นฐานล้อสั้นพิเศษ (Super SWB) ที่ยาวเพียง 2,580 มม. มาใช้ (รุ่นฐานล้อสั้นปกติ จะยาว 2,750 มม. ส่วนรุ่นฐานล้อยาวจะยาว 3,085 มม.) เพื่อรองรับการขับในพื้นที่ถุรกันดารได้นั่นเอง

                แนวคิดหลักของรถรุ่น “เอฟเจ” ใหม่นี้ก็คือ เป็น “รถสมรรถนะสูงที่ใช้งานง่าย” คือ ทนทานง่ายต่อการดูแล และง่ายต่อการขับ โดยรักษาไว้ซึ่งแนวคิดการใช้องค์ประกอบที่เชื่อถือได้มารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างแชสซีส์แบบบันได (ladder frame chassis) ที่แข็งแกร่ง ประกอบเข้ากับเครื่องยนต์ที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยการใช้งานมาแล้วยาวนาน และส่งกำลังลงสู่ล้อทั้งสี่ผ่านชุดเกียร์ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ “แลนด์ครุยเซอร์” เป็นรถที่คุณสามารถวางใจได้ว่าจะพาคุณกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย

                ตามภาพที่ได้มา และข้อมูลจากแหล่งข่าวกล่าวว่า จากการที่ได้ไปชมคันจริงของ “เอฟเจ” แล้ว มันดูดีเอาเรื่อง มีหน้าตาเข้ากับรถสายพันธ์ “แลนด์ครุยเซอร์” รุ่นพี่ได้อย่างไม่ขัดเขิน แม้มันจะไม่ได้เป็นรถที่ดูทันสมัยที่สุด และไม่ได้เป็นรถที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำ เรียกว่า “ดิบๆ” ก็ไม่ผิด แต่มันก็ดูแล้วฝากชีวิตเอาไว้ด้วยได้

                โดยในขั้นแรกนั้นเครื่องยนต์ที่ตั้งเป้าว่าจะติดตั้งในรถรุ่นเปิดตัวก็คือ เครื่องยนต์เบนซิน 2TR-FE แบบ 4 สูบ 2.7 ลิตร 163 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ลงสู่ล้อทั้ง 4 ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ ฟูลไทม์ (Fulltime 4WD) พร้อมเฟืองท้ายกลาง แบบทอร์เซน ลิมิเต็ดสลิป (Torsen Limited Slip) ที่จะกระจายแรงบิดสู่ล้อหน้า-หลัง อย่างเหมาะสมตามสภาพการขับขี่ โดยตามปกติจะเป็น หน้า 40% หลัง 60% เรียกว่า ลุยหนักๆอาจจะไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็รองรับการลุยได้ระดับหนึ่งจากการออกแบบให้มีระยะโอเวอร์แฮงค์ (Overhang) หน้าและท้ายที่สั้นมาก ไต่เนินได้ไม่ยาก แถมยังสามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 70 เซนติเมตรอีกด้วย

                ส่วนใครที่สงสัย ทำไมไม่เปิดตัวด้วยเครื่องดีเซล? ก็ต้องบอกว่า โตโยต้า แม้ว่าจะใช้โรงงานของโตโยต้า TMT ที่ “บ้านโพธิ์” จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นฐานผลิต แต่ตลาดหลักของรถรุ่นนี้คือการส่งกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น ส่วนตลาดในบ้านเรานั้นโตโยต้ามองว่าเป็นตลาดรอง เพราะด้วยราคาคาดการณ์ที่จะขายในญี่ปุ่นคือ 8.6-9.7 แสนบาทนั้น รถรุ่นนี้หากขายในบ้านเราอาจจะขายยาก ซึ่งอ้วนซ่าคิดว่าเอาจริงๆถ้ามีขาย ก็มีคนซื้อ

                โดยในปัจจุบันรถรุ่นนี้ยังคงติด “โรคเลื่อน” จากเดิมตั้งเป้าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น ช่วงปลายปีนี้ ก็ขอเลื่อนไปช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2026 แทน ใครที่ติดตามข่าวเรื่องรถคันนี้ แล้วอยากจะครอบครองเต็มฟัดแล้ว ก็กัดฟันรอต่อไปนะขอรับ!