ทำเอาแฟนๆ เฮกันลั่น เมื่อล่าสุดพระเอกตลอดกาล เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ กลับมารับงานแสดงภาพยนตร์อีกครั้งในรอบ 5-6 ปี หลังเคยเปรยว่าอิ่มตัวกับงานละคร เรียกได้ว่าเป็นบทบาทใหม่ที่ท้าทายพระเอกหนุ่มเป็นอย่างมาก ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ทำให้หลายคนหายคิดถึงฝีมือการแสดงของเคนเลยที่เดียว

โดยเคนได้มาร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์ ภาพยนตร์ดราม่า-ระทึกขวัญจาก Netflix เรื่อง ลักกันวันตาย รวมถึงออกมาเปิดใจถึงการตัดสินใจคัมแบ๊กครั้งนี้ พร้อมทั้งเผยถึงทัศนคติการรับงานแสดงที่เปลี่ยนไป และโอกาสที่จะได้เห็นเขารับบทบาทใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

เคน ธีรเดช เผยว่า “สำหรับการกลับมารับงานแสดงภาพยนตร์ เรื่องสุดท้ายน่าจะเรื่องฮาร์ทบีท ประมาณห้าหกปี สาเหตุที่กลับมารับงาน คือจริงๆลึกๆอยากเล่นหนังอยู่แล้ว คือเราเล่นละครมานาน ก็เลยมีความรู้สึกอิ่มตัวเหมือนกันกับในละคร ถ้ามองจริงๆคืออยากเล่นหนัง แต่ว่ามันก็อาจจะไม่ได้มีเข้ามาหาเรามากนัก ส่วนหนึ่งเราก็ยังรู้สึกไม่ถูกใจ แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของครอบครัว ตัวผมเองก็เป็นคุณพ่อ ผมทำอะไรให้ลูกให้ภรรยา ผมเข้าใจได้ถึงอารมณ์ความเป็นพ่อ แต่สถานการณ์มันซับซ้อนไปกว่านั้นอีก ซึ่งมันก็พูดเรื่องพวกครอบครัวนี่แหละ แต่เป็นครอบครัวที่คับขัน และมาในรูปแบบแอ็คชั่นและทริลเลอร์ ซึ่งน่าสนใจ

คือการกลับมาในครั้งนี้ก็เหมือนรื้อการแสดงใหม่ เหมือนเริ่มต้นใหม่ เพราะด้วยสไตล์อะไรบางอย่างที่มันเปลี่ยนไป และบทบาทที่เราได้รับ คืออายุ 48 แล้วหลายคนไม่คิดว่าจะกลับมาเล่นอีก คือเราก็รอสิ่งที่เราอยากทำ ซึ่งสิ่งที่เราอยากทำก็ไม่ได้มีเข้ามาเสมอไป เราก็ต้องเลือก คนอาจจะติดภาพอยากให้เราเล่นในบทบาทเหมือนเดิม ที่เราเล่นละคร ผมก็เลยรู้สึกว่าเราเคยทำมาแล้ว เราก็ต้องการสิ่งที่มันแตกต่างออกไปจากบทบาทเดิมที่เราเคยทำ เราก็ได้ลองอะไรใหม่ๆในฐานะนักแสดง ก็เหมือนกับถ้าผมเป็นนักร้องแล้วผมมีเพลงดัง แล้วผมมีอัลบั้มใหม่เป็น 10 อัลบั้ม แต่คนอยากให้เราร้องเพลงแรกอยู่ ก็ร้องได้ แต่ก็อยากให้ลองฟังอัลบั้มใหม่ผมด้วย ก็ประมาณนั้นถ้าจะให้เปรียบเทียบ

ส่วนผลงานเบื้องหน้าตอนนี้ก็มีแค่นี้แหละ แต่ถ้ามีอะไรติดต่อเข้ามาก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน ไม่ได้ว่าเลิกรับงาน แต่ยังเปิดรับงานอยู่ จริงๆก็อยากจะรับปีละเรื่องนะ สิ่งที่เราฝันไว้ เล่นปีละเรื่องนี่คือกำลังดีเลย ไม่หนักเกินไป แต่ในความเป็นจริงแล้วก็อาจจะเป็นสองปีหนึ่งเรื่อง หรือสามปีหนึ่งเรื่อง เดี๋ยวลองดู ส่วนผลงานเบื้องหลังที่เราเคยบอกว่าจะวางมือไป จริงๆถ้าวันนึงผมมีโอกาสได้ทำอีก ผมก็จะต้องทำแค่หน้าที่เดียว เหมือนเรื่องที่ผ่านมาผมทำ 2 หน้าที่ ก็เลยรู้สึกเครียด เรากำกับด้วย และเป็นงานเรื่องแรกที่เราได้กำกับ และเราก็เล่นด้วย กลับมาบ้าน จำได้เลยว่าตอนปิดกล้องคือ (ทำหน้าเหนื่อย) คือบอกกับตัวเองว่าจะไม่ทำอีกแล้ว หมายความว่าจะทำสองหน้าที่แล้ว ถามว่าจะยังกำกับเหมือนเดิมไหม ก็ถ้ามีโอกาสก็ทำครับ แต่ก็ยังไม่มีใครติดต่อมาให้กำกับ ต้องรอดูโอกาสหน้าว่าจะเป็นยังไงต่อไป

ถามว่าเรื่องต่อไปจะเป็นแนวแบบไหน แนววายเหรอ ถามว่าทำได้ไหม คงไม่มีใครอยากดูผมในบทนั้นแล้วมั้ง คือผมไม่ติด หมายความว่า ผมเข้าใจได้ ผู้ชายรักผู้ชายผมไม่ติด แต่ผมแค่รู้สึกว่ามันต้องเป็นเรื่องเป็นราวที่มันเป็นชีวิตคนจริงๆมากกว่า ที่จะแบบว่าไปอยู่ในความจินตนาการอะไรแบบนี้ คือมันไม่ใช่วัยผมแล้ว ต่อให้เป็นนักแสดงหญิง ให้บทผมแสดงบทรัก/โรแมนติกกับนักแสดงหญิง ผมยังรู้สึกแบบแปลกๆเลย คือเราโตมากแล้ว แต่ถ้ามันสมวัยก็อีกเรื่องหนึ่ง ผมไม่ได้ปิดกั้นอะไร”