จากกรณีที่เพจ “มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า มีชายรายหนึ่งทำร้ายสุนัขหน้าร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดย WDT ได้เข้าแจ้งความและเตรียมขอดูกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ต.ค. พ.ต.ต.ดิลก ลาดศิลา สว.สส.สภ.ปากเกร็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เชิญตัวชายผู้ถูกกล่าวหา ทราบชื่อคือนายชัญญา อายุ 29 ปี พร้อมภรรยาและลูกสาววัย 2 ขวบ เข้าสอบปากคำเพิ่มเติม

เบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 9 ตุลาคม โดยขณะภรรยาและลูกสาวของนายชัญญา กำลังซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ลูกสาวได้วิ่งออกมาหน้าร้าน แล้วถูกสุนัขที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นกระโจนกัดเข้าที่ต้นขา 2 ครั้ง จนล้มลง หลังเกิดเหตุ นายชัญญา จึงคว้าไม้มาตีสุนัขเพื่อป้องกันลูก แต่ตีไม่โดน ก่อนที่สุนัขจะหนีไปได้

ต่อมา “ป้าใจดี” ผู้ให้อาหารสุนัขตัวดังกล่าวเป็นประจำ ได้แสดงตัวและมอบเงินจำนวน 1,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่ารักษาเบื้องต้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ น.ส.รัตติยา เตียวตระกูล ประธานมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ เข้ามาดูภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งพบว่าสุนัขกระโจนเข้ากัดเด็กหญิงจริง ทางมูลนิธิจึงถอนแจ้งความ และตกลงยุติเรื่องด้วยดี

ด้าน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่นฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนายชัญญา เพิ่มเติมอีก 2,800 บาท เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลลูกสาวที่ถูกกัด

ขณะเดียวกัน แม่ของเด็กหญิงได้เปิดใจว่า รู้สึกเสียใจที่เรื่องราวกลายเป็นกระแสโจมตีในโลกโซเชียล ทั้งที่สามีเพียงแค่ปกป้องลูกที่ถูกสุนัขกัด ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายสัตว์ “เราไม่ได้เกลียดหมา แค่กลัวเพราะลูกเจ็บตัว และอยากให้สังคมเข้าใจว่า มันคือสัญชาตญาณของพ่อแม่ที่อยากปกป้องลูก”

อย่างไรก็ตาม หลังทุกฝ่ายได้พูดคุยกันและเข้าใจข้อเท็จจริง เรื่องราวจบลงด้วยดี โดยไม่มีการติดใจเอาความเพิ่มเติม ทั้งครอบครัวผู้เสียหาย และทางมูลนิธิยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต.