สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า งานศึกษาที่มีชื่อว่า “การฟื้นฟูการเงินเพื่อการพัฒนาของจีนในโลกใต้” เผยให้เห็นว่า การโอนหนี้สุทธิ ซึ่งคำนวณจากการเบิกจ่ายเงินกู้ใหม่ หักลบการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย กลายเป็นติดลบในปี 2565 และ 2566 โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจ่ายหนี้มากกว่าเงินที่กู้ยืมถึง 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 127,000 ล้านบาท)
จีน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ระดับทวิภาคีรายใหญ่ที่สุดของโลก มีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่อดีต ในการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกใต้ โดยจัดสรรเงินมากกว่า 472,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15.4 ล้านล้านบาท) ผ่านธนาคารนโยบายต่าง ๆ ระหว่างปี 2551-2567
เงินทุนเหล่านี้สนับสนุนโครงการมากกว่า 900 โครงการ มูลค่า 316,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10.3 ล้านล้านบาท) ในด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง พลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และน้ำ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างทรัพย์สินสาธารณะ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการบรรเทาความยากจนในกลุ่มประเทศโลกใต้
อนึ่ง ผู้เขียนรายงานระบุว่า การฟื้นฟูโดยรัฐบาลปักกิ่ง ในการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนาในต่างประเทศ อาจหลีกเลี่ยงอุปสรรคต่อการเติบโตและการลงทุนด้านสภาพอากาศ ในกลุ่มประเทศยากจน และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกใต้ ต้องการเงินทุนเพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อลงทุนในการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำ ครอบคลุมสังคม และยืดหยุ่น
นอกจากนี้ รายงานยังเสนอขั้นตอน 5 ประการ ที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันสำหรับจีนและกลุ่มประเทศโลกใต้ พร้อมกับเสริมว่า การเริ่มดำเนินการทางการเงินเพื่อการพัฒนาที่ส่งเสริมการเติบโตในโลกใต้อีกครั้ง จะช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าส่งออกของจีน.
เครดิตภาพ : AFP



