เมื่อวันที่ 12 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยว่า ขณะนี้ยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 17 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งระดับน้ำพื้นที่เหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนมีแนวโน้มทรงตัว ยังต้องมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องช่วยเหลือเร่งด่วนที่ จ.สิงห์บุรี ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคันกั้นน้ำชำรุด มีน้ำรั่วซึมผุดหลังคันกั้นน้ำในพื้นที่ ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ทางจังหวัดสิงห์บุรีได้ประสานมายัง ปภ.เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ ซึ่งศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี สนับสนุนรถปฏิบัติการขนย้ายผู้ประสบภัย 1 คัน รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล 1 คัน รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำท่วมขัง 1 คัน รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว 1 คัน และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ศูนย์ ปภ. เขต 16 ชัยนาท ได้สนับสนุนรถไฟฟ้าส่องสว่าง 1 คัน เสริมกำลังการปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งนี้ ทั้ง 2 ศูนย์ ปภ. เขต ได้ผนึกกำลังเร่งติดตั้งและสูบระบายน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์ ปภ. เขต 16 ชัยนาท ได้นำรถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เครื่องสูบน้ำอุทกภัย 3 หัว สูบระบายน้ำในพื้นที่ชุมชนวัดพระนอน ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ตลอดทั้งคืน

ส่วนวันนี้ (12 ต.ค.68) ศูนย์ ปภ. เขต 16 ชัยนาทได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดท่อส่ง 14 นิ้ว อัตราการสูบ 31,500 ลิตรต่อนาที 2 เครื่อง เครื่องสูบน้ำขนาดท่อส่ง 14 นิ้ว อัตราการสูบ 28,000 ลิตรต่อนาที 3 เครื่อง รถผลิตน้ำดื่ม 2 คัน และรถประกอบอาหาร 1 คัน เข้าปฏิบัติภารกิจสูบระบายน้ำ ผลิตน้ำสะอาดดื่มและอาหารแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ ต.ชีน้ำร้าย ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี และส่งเจ้าหน้าที่และรถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็วสนับสนุนการเตรียมรับคณะจากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เข้าพื้นที่โรงครัวพระราชทาน และให้กำลังใจผู้ประสบภัยใน ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี อีกด้วย สำหรับพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ยังคงมีผลกระทบจากอุทกภัย ปภ. ยังคงประสานการติดตามสถานการณ์กับพื้นที่อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลืออยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ส่วนพื้นที่อื่น ข้อมูล ณ วันที่ 12 ต.ค. เวลา 08.00 น. ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม ชัยภูมิ อุบลราชธานี อุดรธานี และฉะเชิงเทรา กินพื้นที่ 75 อำเภอ 466 ตำบล 2,576 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 103,226 ครัวเรือน 340,035 คน และมีผู้เสียชีวิต 11 ราย.