เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พบว่ายังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง มีประชาชนเดินทางมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และให้กำลังใจพร้อมกับมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่แนวหน้า
ต่อมาทางด้าน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ลงพื้นที่บริเวณจุดตรวจ 40 บ้านหนองจาน ก่อนร่วมกันกับชาวบ้านในการเขียนข้อความให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารบนป้ายไวนิวขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ กับตู้คอนเทนเนอร์ที่เตรียมพร้อมจะนำไปติดตั้งเป็นแนวกั้นเขตชายแดนไทย โดยข้อความที่ กัน จอมพลัง เขียนให้กำลังใจ คือ ขอให้ทหารตำรวจทุกคนปลอดภัย ได้กลับบ้านเจอลูกเมียทุกคน
กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า เป็นความรู้สึกที่ได้เดินทางไปสัมผัส รวมถึงการได้พบปะกับครอบครัวทหาร ที่สูญเสียในช่วงการปะทะปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ก็มีประชาชนที่มาให้กำลังใจได้ร่วมกันเขียนป้ายให้กำลังใจด้วยเช่นเดียวกัน
และในส่วนของป้ายไวนิลอีกแผ่นที่จะติดตั้งฝั่งหันหน้าไปทางกัมพูชา บนตู้คอนเทนเนอร์ เป็นป้ายที่ฝากข้อความถึงชาวบ้านเขมรและทหารเขมร ซึ่งกัน จอมพลัง ได้เขียนข้อความว่า “เขมร สันดานเนรคุณ” ซึ่งสอดคล้องกับยุทธวิธีเปิดเครื่องเสียงในช่วง 2 คืนที่ผ่านมา เพราะในคืนแรกเป็นเสียงดังรบกวนทั้งเสียงโหยหวนกรีดร้อง สร้างความสยองขวัญให้กับชาวบ้านชาวเขมรที่อยู่ในบ้านเปรยจัน อำเภอโอโจโรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบให้ผู้นำฝ่ายเขมรนำเจ้าหน้าที่ทูต IOT กัมพูชา ลงพื้นที่ในค่ำคืนที่ผ่านมา โดยทางการไทยได้เปลี่ยนยุทธวิธีเป็นการเปิดประวัติความเป็นมาของบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว รวมทั้งบุญคุณที่ประเทศไทยได้ดำเนินการต่อผู้อพยพตามหลักมนุษยธรรม ที่ถูกบันทึกไว้มีหลักฐานชัดเจน โดยเน้นย้ำว่าในคืนนี้ก็จะเปิดอีกแต่ว่าจะแตกต่างกันออกไป
ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงในเรื่องนักสิทธิมนุษยชนชื่อดังรายหนึ่ง จี้ถามถึงรัฐบาลว่าการดำเนินการในเรื่องปัญหาแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และปล่อยให้อินฟลูเอนเซอร์เปิดเพลงเสียงดังรบกวนต่อทั้งเด็กและชาวบ้านเขมรแนวชายแดน ซึ่งกัน จอมพลังได้ตอบในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น ไทยคำนึงถึงมาโดยตลอด ทั้งที่เขมรก็ทำ ทั้งการนำเด็ก ผู้หญิง คนท้อง คนชรา พระสงฆ์ มาอยู่หน้าแนว ทำร้ายและด่าทอทหาร แต่ไม่มีนักสิทธิมนุษยชนไปท้วงติงกัมพูชาแต่อย่างใด ขณะที่ฝ่ายไทยทำบ้าง กลับมีนักสิทธิฯ ลุกขึ้นมาปกป้องชาวกัมพูชา รวมถึงได้กล่าวว่าตนจะทำต่อไป และหายุทธวิธีที่สร้างสรรค์มากขึ้นต่อไปอีก.



