เมื่อวันที่ 12 ต.ค. กองกำลังบูรพา โดย ฉก.12 รายงานการตรวจพบทุ่นระเบิด ในพื้นที่ปฏิบัติการ บ้านหนองหญ้าแก้ว ประจำวันที่ 12 ต.ค. 2568 โดยตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดระเบิดอยู่กับที่ PMN จํานวน 2 ทุ่น ในลักษณะพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่ดำเนินการเก็บกู้ตามขั้นตอนเรียบร้อย โดยสรุปการปฏิบัติภารกิจ ตั้งแต่ 10 ต.ค.-ปัจจุบัน (วันที่ 12 ต.ค. 2568) ตรวจพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรวม 5 ทุ่น ชนิดระเบิดอยู่กับที่ PMN สภาพพร้อมใช้งานทั้ง 5 ทุ่น 

พ.ท.ศราวุธ สระทองเทียน ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจ 12 กองกำลังบูรพา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1  กล่าวว่า แผนดำเนินการในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่จะทำการถางป่าหญ้าเพิ่มเติมจากเมื่อวานนี้ และใช้กําลังเจ้าหน้าที่เดินตาม ซึ่งคาดว่าจะทําให้พบทุ่นระเบิดที่ตกค้างเพิ่มเติม สําหรับพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยที่หนองหญ้าแก้ว ที่จํากัดวงเป็นพื้นที่สีแดงมีประมาณ 102,874 ตารางเมตร ในจํานวนนี้ได้แบ่ง เป็น 4 โซน ซึ่งโซนเอมีอยู่ประมาณ 29,726 ตารางเมตร ในการตรวจค้นทุ่นระเบิดและทําพื้นที่ให้ปลอดภัย 

พ.ท.ศราวุธ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสามารถคืนพื้นที่ได้เรียบร้อยแล้ว  15,042 ตารางเมตร ส่วนที่เหลือคาดว่า จะใช้ระยะเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากมีอุปสรรคของสภาพอากาศเข้ามาเป็นปัจจัยสําคัญในการทำงาน  ซึ่งการดําเนินการทั้งหมด ต้องอยู่ภายใต้ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย 

ด้าน พ.อ.ภิชฌ์ยุทธ พรหมโท รองเสนาธิการกองทัพภาค 1 กล่าวว่า พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่ทําการเก็บกู้วัตถุระเบิดตกค้างนั้น เป็นแผนประจําปีของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดทางด้านมนุษยธรรม (นปท.) เป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการเก็บกู้ระเบิดด้านมนุษยธรรมของประเทศไทย ซึ่งเราได้ส่งแผนไปที่ออตตาวาอยู่แล้ว  แต่ในหลายปีที่ผ่านมา ทางไทยไม่สามารถปฏิบัติการพื้นที่ดังกล่าวได้ โดยถูกกัมพูชาขัดขวางมาโดยตลอด 

พ.อ.ภิชฌ์ยุทธ กล่าวอีกว่า แต่พอฝ่ายความมั่นคงไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ดังกล่าวกลับคืนมาได้เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ถึงเพิ่งเข้ามาเคลียร์พื้นที่ อุปสรรคสําคัญ คือ ฝน ที่ส่งผลต่อการทํางาน ซึ่งหากจะให้ครบทั้ง 4 โซน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนพื้นที่บ้านหนองจานจะอยู่ในแผนต่อไปหลังเสร็จสิ้นที่พื้นที่หนองหญ้าแก้วแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่าภารกิจในครั้งนี้ถือเป็นการคืนพื้นที่อธิปไตยไทยได้หรือไม่ พ.อ.ภิชฌ์ยุทธ กล่าวว่า ถือว่าได้ เป็นการนับหนึ่ง และเป็นไปตามขั้นตอน ขณะเดียวกันก็จะเห็นว่าทางจังหวัดก็เริ่มซักซ้อมแผนอพยพแล้วเช่นเดียวกัน 

ส่วนทุ่นระเบิดที่พบนั้นยืนยันได้หรือไม่ว่าที่ผ่านมากัมพูชาไม่เคยดําเนินการตามข้อตกลง พ.อ.ภิชฌ์ยุทธ กล่าวว่า ก็เป็นส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ พื้นที่อธิปไตยไทยของเรา เราสามารถทำได้เลย  โดยไม่ต้องขออนุญาต  เราแค่ทําหนังสือแจ้งเท่านั้น เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด เพียงแต่ที่ผ่านมาทางกัมพูชาจะอ้างว่าเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ ที่ผ่านมาฝ่ายไทยก็ไม่อยากจะให้มีปัญหา แต่ตอนนี้เราเห็นว่าทําได้ เราก็ทําทันที