วานนี้ (12 ต.ค. 2568) สำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่า ชายคนหนึ่งก่อเหตุปัสสาวะรดแท่นบูชาแห่งการสารภาพ (Altar of the Confession) ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจนอกเครื่องแบบจะรีบนำตัวเขาออกไป ท่ามกลางสายตาของผู้เยี่ยมชมมหาวิหารจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่บันทึกภาพไว้ได้และกลายเป็นคลิปวิดีโอไวรัล

ขณะนี้ สำนักวาติกันยังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว แม้ว่าจะมีรายงานบางส่วนระบุว่า สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอ ทรงได้รับแจ้งเหตุแล้ว และทรง “ตกพระทัยมากเมื่อทราบข่าว”

@brutamerica

A man disrupted Friday’s 9 a.m. Holy Mass at St. Peter’s Basilica when he urinated on the Altar of Confession in front of hundreds of people. The Altar of Confession is considered one of the most sacred altars in Vatican City and one of the holiest spaces in Catholicism. In April, Pope Francis was laid on the Alter of Confession for public viewing before his funeral. As of October 12, it remains unclear whether the man was arrested as a result of the incident. The basilica is yet to release an official statement about the situation. #StPetersBasilica #VaticanCity #TheVatican #AltarofConfession

♬ original sound – Brut.

เหตุการณ์นี้เป็นความวุ่นวายครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ก็มีคนบุกเข้ามาทำลายสิ่งของประกอบพิธีบนแท่นบูชาเดียวกันนี้ ซึ่งต่อมา ทางโฆษกของวาติกันระบุในแถลงการณ์ว่า “นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากบุคคลที่มีความบกพร่องทางจิตอย่างรุนแรง ซึ่งถูกควบคุมตัวโดยตำรวจวาติกัน และส่งมอบให้ทางการอิตาลีแล้ว” 

ย้อนกลับไปในปี 2566 ก็มีเหตุการณ์คล้ายกันเคยเกิดขึ้น ชายชาวโปแลนด์คนหนึ่ง ก่อเหตุประท้วงใกล้แท่นบูชาดังกล่าว เขาเปลื้องผ้าและปีนขึ้นไปบนแท่นบูชา โดยมีข้อความว่า “Save children of Ukraine” เขียนอยู่บนหลังของเขา

ชายคนดังกล่าวไม่ได้ขัดขืนเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจวาติกันเข้าควบคุมตัวและส่งมอบให้ตำรวจอิตาลี

แท่นบูชาแห่งการสารภาพในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Reynold Mainse/Design Pics Editorial/Universal Images Group via Getty Images)

ภายใต้ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร มาตรา 1211 ระบุว่า การกระทำร้ายแรงที่เกิดขึ้นในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก่อให้เกิดเรื่องอื้อฉาวต่อผู้ศรัทธา ถือเป็นการละเมิดความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จะต้องระงับการประกอบพิธีสักการะสาธารณะไว้จนกว่าจะมีการประกอบพิธีชดเชยบาป เพื่อฟื้นฟูความศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์

ที่มา : foxnews.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES