เมื่อวันที่ 14 ต.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินของพระและวัดนาป่าพง ว่า ขณะนี้ พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้รับเอกสารหลักฐานจากฝั่งผู้กล่าวหา ที่ประเทศเยอรมนี หรือ สีกายุ และทนายความฝั่งของวัด มาตรวจสอบแล้ว ซึ่งการตรวจสอบก็จะให้ความสำคัญกับเอกสารทั้งหมด แต่มีสิ่งที่ต้องตรวจสอบเป็นพิเศษคือเส้นทางการเงินของเจ้าอาวาสวัด พระลูกวัด และคนใกล้ชิด ซึ่งจากเดิมพบเพียง 6 บัญชี แต่หลังจากขยายผลเส้นทางการเงินก็พบว่ามีความเชื่อมโยงเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ ถึงกว่า 20 บัญชี

สำหรับการตรวจสอบในช่วงแรกพบว่าค่อนข้างเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะติดขั้นตอนการประสานกับสถาบันทางการเงิน แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอความช่วยเหลือผ่านกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. สำหรับให้ช่วยเร่งรัดข้อมูล และหากได้ข้อมูลทั้งหมดมา ก็จะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ก็คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง ยืนยันคดีนี้ไม่มีใครมาเจรจาเพื่อให้ยุติการทำงาน

ส่วนการส่งสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. พิจารณาเรื่องสำหรับวางแนวทางเอาผิดนั้น เบื้องต้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือข้อมูลคดีที่สีกายุ ได้เคยนำมาร้องเรียนให้ตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดก่อนหน้านี้ ซึ่งส่วนนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. แล้ว และ ป.ป.ช. ก็ได้ส่งเรื่องดังกล่าวกลับมาเพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการ ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุด หรือ อสส. พิจารณา ว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรหรือไม่ และหากเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ก็จะมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อ เช่น อสส. อาจจะมอบหมายให้ บก.ปปป. ดำเนินการ หรือ อสส. อาจจะดำเนินการสอบสวนเอง หรือ อาจจะส่งตัวแทนเข้ามาร่วมกันทำทั้ง 2 ฝ่าย

ส่วนที่ 2 คือสำนวนคดีที่นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความของสีกายุ ได้เข้าแจ้งความไว้นั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อแล้วเสร็จก็จะส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการ

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อขอยุติคดีนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า จากการสอบถามผู้เสียหายและทนายความของผู้เสียหายทราบว่า ทางวัดมีความพยายามที่จะขอไกล่เกลี่ยจริง แต่ผู้เสียหายแจ้งว่าจะไม่ยอมความ และคดีดังกล่าวก็ถือเป็นคดีความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ไม่สามารถยอมความได้ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ.