เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี พระอาจารย์คึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี ที่มีความเกี่ยวข้องกับเงินวัด 12.2 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีสีการายหนึ่ง ว่า หลังจากทนายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ บก.ปปป. และกองปราบฯ พร้อมนำเอกสารมาให้ ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่าเป็นหลักฐานที่รวบรวมทำมาดี พนักงานสอบสวนก็ได้ทำการสอบปากคำไปแล้ว ก่อนจะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างมูลนิธิฯ ที่ประเทศเยอรมนี โดยมีการร้องให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง ซึ่งก็ต้องรอทาง ป.ป.ช. ว่าจะส่งเรื่องกลับมาให้เราทำหรือไม่ โดยจะต้องรอตามกรอบการพิจารณา 30 วัน

เมื่อถามว่าพบการทุจริตของวัดชัดเจนเลยหรือไม่ แหล่งข่าว ระบุว่า ถ้าฟังข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่าย มันก็ยังโต้แย้งกันไปมาอยู่ในหลายๆ ประเด็น รวมถึงการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ด้วย แต่ในเนื้อหาจริงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องของการฟ้องร้อง และไม่ลงรอยกัน จึงเกิดการโต้กันไปโต้กันมา ส่วนในทางคดียืนยันได้ว่าเราพบเส้นเงินที่โอนไปโอนมาระหว่างเยอรมนีและไทย ซึ่งเป็นบัญชีของพระอาจารย์คึกฤทธิ์โดยตรง ที่เอาเงินบริจาคโอน ยอดเงินรวมกว่า 12 ล้านบาท โอนเป็นงวดๆ ราว 2-3 งวด เพื่อสร้างมูลนิธิฯ จนมีปัญหาเกิดขึ้น

นอกจากการตรวจสอบเรื่องเส้นเงินที่โอนไปโอนมาแล้ว ตำรวจยังตรวจพบเส้นเงินบัญชีที่แตกออกไปอีก เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินบริจาคด้วย แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบความชัดเจนทั้งหมด เบื้องต้นพบทางวัดมีการตั้งเปิดรับบริจาคทั้งที่ไทยและเยอรมนี ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลังไปเพียง 3-4 ปี พบยอดเงินบริจาคหมุนเวียนถึง 500 กว่าล้านบาท มากกว่าวัดไร่ขิงหลายเท่า เพราะวัดแห่งนี้มีคนเข้ามาบริจาคเยอะมาก เป็นวัดที่น่าเชื่อถือ พระอาจารย์ท่านพูดจาดี มีจิตวิทยาสูง

ส่วนความสัมพันธ์ของพระอาจารย์คึกฤทธิ์กับสีกาที่เยอรมนี เท่าที่ทราบ เบื้องต้นทั้งคู่ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน เพราะน่าจะเป็นเพียงโยมอุปัฏฐากจริงที่เขาเคารพนับถือ และได้เงินเดือน เดือนละประมาณ 120,000 บาท ส่วนสีกาอีกคนที่อยู่ไทย ยังไม่ทราบรายละเอียด