จากกรณีโลกโซเชียลแชร์รูปภาพลักษณะชายโยนงูเห่าเข้าไปในบ้าน พร้อมข้อความ ระบุว่า “เลื้อยสยองโลก คดีโกงเงินค่าสั่งรถฮาร์เล่ย์คันละ 5 ล้านยังไม่จบ มือดีบุกโยนงูเห่าบ้านคนโกง งานนี้มีเสียว”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 พ.ค.69) เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับการประสานจากชาวบ้านให้มาช่วยจับงูเห่าในบ้านพักหลังหนึ่ง ภายในซอยวุฒากาศ 53 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ซึ่งบริเวณหน้าบ้านมีการสาดสีเลอะเทอะไปทั่วบริเวณ กระจกชั้น 2 ถูกก้อนหินเขวี้ยงใส่แตกยับเยิน ส่วนในบ้านพักพบ “งูเห่า” อยู่ในถุงกระสอบจำนวน 5 ตัว คาดยาวตัวละประมาณกว่า 1 เมตร ภายหลังมีวัยรุ่น 2 คนเข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าบ้าน แต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และไม่ขอให้ข้อมูลใด ๆ อีก

จากการสอบถาม นางสาวกรวรรณ ไวยวุฒิ เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อประมาณก่อนช่วงก่อนวันสงกรานต์ มีคนมาสาดสีที่บ้านหลังดังกล่าว และจะมาทุกวันแล้วแต่ช่วงเวลา ทั้งเช้าและกลางคืน หรือตอนกลางดึก บางทีแม่ตนออกไปขายของตอนตี 2 ตี 3 ก็เจอคนที่เข้ามาก่อเหตุ ต่างก็วิ่งหลบหนีไป หลัง ๆ มีปาหินใส่บ้านด้วย แต่ที่หนักสุดก็คือ เอางูเข้าไปปล่อย ชาวบ้านต่างหวาดกลัวเพราะงูมันจะเลื้อยไปทั่วเสี่ยงจะเข้าบ้านคนอื่น ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับเด็กและสัตว์เลี้ยงได้ แล้วที่รู้เพราะคู่กรณีของบ้านดังกล่าวนำมาโพสต์ อยากให้ทั้งสองฝ่ายไปต่อสู้กันในชั้นศาลเรื่องของคดีความมากกว่า ไม่ใช่ทำเรื่องใหญ่โต ทำลายทรัพย์สินปล่อยงูใส่บ้าน เด็ก ๆ ไม่รู้เรื่องก็เสี่ยงจะโดนลูกหลงไปด้วย

ด้าน นายประสิทธิ์ นิลพัฒน์ 54 ปี เล่าว่า พอดีว่าผมได้รับแจ้งจากแอปฯไลน์กลุ่มทางกู้ภัยว่าเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจ สน.บางขุนเทียน ให้เข้ามาจับงูให้หน่อยเพื่อที่จะไปส่ง สดพ. ดาวคะนอง ก็เข้าไปเพราะบ้านตนอยู่หน้าปากทาง จึงเข้าไปดูและมีตำรวจเข้ามาพอดี ก็เลยถามตำรวจบอกมีคนข้างบ้านเขาแจ้งไป ตนจึงให้ตำรวจโทรไปหาเจ้าของบ้านเพื่อที่จะขออนุญาตเข้าไปในบ้านเพื่อจับงูออกมา ก่อนใช้บันไดปีนข้ามประตูเข้าไปจับ แต่ว่ายังดีว่างูยังอยู่ในกระสอบเชือกยังมัดปากกระสอบอยู่ หลังจากนั้นในถุงก็มีอาการขยับเขยื้อนคล้ายมีสัตว์อยู่ในถุงนั้นแต่เรายังไม่รู้ว่าเป็นอะไรเพราะยังไม่ได้แกะดู พอเปิดถุงออกมามันอยู่ในถุงเขียวอีกทีนึงครับเพราะเห็นปุ๊บก็ตกใจ ว่าข้างในเป็นงูเห่าตัวเท่าแขนประมาณ 5 ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีมีการแชร์เรื่องราวในโลกโซเชียลระบุว่า เริ่มจาก นายหนุ่ม (ผู้เสียหาย) ที่มีความชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ และได้ไปเห็นโพสต์จากเฟซบุ๊กของคนรู้จัก คือนายโจ ซึ่งเป็นผู้รับพรีออเดอร์ มีการโพสต์รถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ “Harley Davidson Roadglide Cvo RR 131 Limited นำเข้ารถได้ ในราคา 6,×××,××× บาท” ทำให้นายหนุ่ม (ผู้เสียหาย) ติดต่อสั่งออเดอร์ เพื่อนำรถเข้ามาในประเทศไทย เป็นรถรุ่น “HD Cvo RR 131 Limited” พร้อมทำข้อตกลงไว้ คือ มัดจำก่อน เมื่อรถมาถึงค่อยจ่ายที่เหลือแล้วจึงรับรถ

ต่อมาผู้เสียหายตัดสินใจ จ่ายเงินมัดจำผ่านคนกลางคือ นายเดย์ (คนกลาง) ไปจำนวน 5 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินโอน 5 แสนบาท และเงินสด อีก 4.5 ล้านบาท รวมเป็น 5 ล้านบาท ก่อนนำไปให้ นายโจ (ผู้รับพรีออเดอร์) เมื่อวันที่ 10 พ.ค.68 จนเวลาผ่านไปกลับไม่ได้รถตามที่กำหนด จนในที่สุดได้มีการพูดคุยกันส่วนตัว ระหว่าง 3 บุคคล และเปลี่ยนมาจองรถมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อ “BMW m1000rr WSBK” ที่จะเข้ามาในเดือน สิงหาคม 2568 กระทั่งถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งผ่านไปกว่า 10 เดือน รถก็ยังไม่ได้ตามที่ตามตกลงจนต่อมานายหนุ่ม (ผู้เสียหาย) ยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารการจองรถไม่ตรงกับรุ่นที่สั่งจองเป็นของปี 2018 จากนั้นทางผู้เสียหายเริ่มมีการทวงถามเรื่อยมา

จนกระทั่งเกิดมีมือดีนำน้ำฟักไปขว้างปาหน้าบ้านของนายโจ ย่านซอยวุฒากาศ 53 พื้นที่ สน.บางขุนเทียน อีกทั้ยังนำสีไปสาดใส่ประตูบ้านและขว้างปาก้อนหินใส่กระจกแตกพังเสียหาย และล่าสุดได้นำกระสอบงูไปโยนใส่บ้าน ก่อนลูกสาวของนายโจ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางขุนเทียน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนสน.บางขุนเทียน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด เร่งรัดติดตามตัวมือดีผู้ก่อเหตุดังกล่าวมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป