เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่บริเวณสกายวอล์กหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เขตปทุมวัน ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) กลุ่มคนทำงานประกอบด้วย นายวิพุธ ศรีวะอุไร เขตบางรัก เบอร์ 2, นายนที ศิริธรรมวัฒน์ เขตพญาไท เบอร์ 3 , นายคมจักร จักรพันธุ์ เขตราชเทวี เบอร์ 1 ,น.ส.ปิยะวรรณ จระกา เขตสวนหลวง เบอร์ 1, นายพัทธนัย จิวรวิวัฒน์ เขตบางนา เบอร์ 2 และ นายอณุรักษ์ พุ่มพวง เขตจตุจักร เบอร์ 1 ซึ่งเป็นผู้สมัคร สก. กลุ่มทีมคนทำงานในเขตพื้นที่แนวรถไฟฟ้า BTS ร่วมกันแถลงข่าวประเด็นปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) พร้อมตั้งคำถามถึงผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ทั้ง 18 คน ให้แสดงจุดยืนในการบริหารจัดการสัญญาสัมปทานที่จะหมดลงในอีก 3 ปีข้างหน้า
นายวิพุธ ศรีวะอุไร ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางรัก เบอร์ 2 และอดีตประธานสภา กทม. ตัวแทนของกลุ่ม ระบุว่า ปัจจุบันค่าโดยสารรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ ถือว่ามีสัดส่วนที่สูงกว่าเมืองที่มีระบบขนส่งมวลชนชั้นนำอย่างสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ หรือกรุงโซล อย่างมีนัยสำคัญ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของ Harvard Kennedy School

รวมทั้งได้ยกตัวอย่างภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่เดินทางมายังสถานีสยาม (จุดตัดหลัก) เพื่อสะท้อนภาพปัญหา ดังนี้ กลุ่มเดินทางไกล (ส่วนต่อขยาย) – เดินทางจาก คูคต, เคหะฯ หรือ บางหว้า มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ สูงถึง 130 บาทต่อวัน
กลุ่มเดินทางสายหลัก – เดินทางจาก หมอชิต หรือ อ่อนนุช มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ อยู่ที่ 94 บาทต่อวัน
กลุ่มเดินทางสายสั้น – เดินทางจาก สะพานตากสิน มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ อยู่ที่ 80 บาทต่อวัน
นอกจากนี้ กลุ่มทีมคนทำงาน ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของสัญญา โดยระบุว่า แม้สภา กทม. ในยุคของอดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะได้อนุมัติชำระหนี้รถไฟฟ้า BTS ไปแล้วกว่า 70,929 ล้านบาท (แบ่งเป็นค่างานระบบเดินรถ 23,312 ล้านบาท และค่าจ้างเดินรถ 47,617 ล้านบาท) แต่ปัญหาสำคัญที่รออยู่คือ สัมปทานรถไฟฟ้าสายหลัก (หมอชิต-อ่อนนุช และ สนามกีฬาฯ-สะพานตากสิน) กำลังจะหมดอายุลงในปี 2572 ซึ่งตรงกับวาระของผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ชุดใหม่ ในขณะที่ กทม. ยังคงมีสัญญาจ้างเดินรถ (O&M) ผูกพันยาวไปจนถึงปี 2585
“เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายเจ้าของรายเดียว (Single Ownership) ของรัฐบาล ทางกลุ่มจึงขอตั้งคำถามไปยังผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทุกท่าน ว่ามีแนวคิด แผนงาน หรือนโยบายในการจัดการราคาค่าโดยสารและบริหารจัดการสัญญาสัมปทานหลังจากปี 2572 อย่างไร” ตัวแทนกลุ่มทีมคนทำงาน กล่าว
ทั้งนี้ ทางกลุ่มระบุว่าพร้อมที่จะใช้กลไกของสภา กทม. ในการผลักดันหรือแก้ไขข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป

ส่วนกรณีมักจะมีภาพของผู้สมัครสก. ในกลุ่มทีมคนทำงานอยู่ในจุดที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทมเบอร์ 9 ลงพื้นที่หาเสียงจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่าอาจเป็นการอาศัยกระแสเพื่อสร้างคะแนนนิยม หรือไม่นั้น นายนที ผู้สมัคร สก.เขตพญาไท เบอร์ 3 ชี้แจงว่า ในส่วนของตนตั้งแต่หาเสียงมายังไม่เจอผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.เบอร์ 9 เนื่องจากแต่ละวันมีภารกิจลงพื้นที่ตามตารางชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าทำงานอย่างอิสระ
“ผมไม่เคยเจออาจารย์เลยนะครับ เพราะเราก็ทำหน้าที่เดินทุกวันตามตารางชุมชน เพราะฉะนั้นหน้าที่คือทำงานอิสระ และผมก็ประกาศทุกคน ตอนนี้แม้กระทั่งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผมก็ออกเอง 100% เราก็ชัดเจนว่าเราอิสระ ส่วนการที่จะเจออาจารย์ไหม ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะตอนนี้ยังไม่เจอมาก” นายนที กล่าว
ด้านนายวิพุธ ผู้สมัคร สก.เขตบางรัก เบอร์ 2 กล่าวว่า ด้วยความที่ผู้สมัคร สก. ในทีมกลุ่มคนทำงาน ลงพื้นที่อย่างหนักตลอดทั้งวัน ทั้งช่วงเช้า กลางวัน และเย็น จึงเป็นเรื่องปกติที่มักจะมีโอกาสพบผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า ตนเองเจอผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หลายคนแล้วทั้ง จากพรรคประชาธิปัตย์ จากพรรคประชาชนรวมถึงหัวหน้าของทั้ง 2 พรรค แล้วก็มาเจออาจารย์ชัชชาติ คนสุดท้าย เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องปกติมาก” นายวิพุธ กล่าว

ส่วนข้อสังเกตที่คนในโลกออนไลน์ คอมเม้นท์ว่าพยายามอาศัยกระแสของผู้สมัครผู้ว่าฯ หมายเลข 9 เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองหรือไม่นั้น นายวิพุธ กล่าวว่า ทีมคนทำงานนำเสนอนโยบายและวิธีการทำงานของตนเอง โดยต้องการให้ประชาชนพิจารณาจากแนวทางการทำงานมากกว่า
เมื่อถูกถามว่า สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่า ‘อากง‘ ไม่ได้อยู่เบื้องหลังทีมคนทำงาน นายวิพุธ กล่าวยืนยันอากงไม่ได้อยู่หลังเรา พร้อมระบุว่า แต่ว่าด้วยความที่อาจจะมีกลุ่มอาจารย์ นักวิชาการต่าง ๆ ที่ท่านก็มีอายุค่อนข้างเยอะ ทรงแก่ อาจจะคล้าย ๆ อาอี้ อาม่า อากง มันเลยเป็นคำสรรพนามที่เราเรียกกัน เพราะเราสนิทกัน เราทำงานมาด้วยกันเป็นระยะเวลานานแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็อาจจะได้ยินหลุดออกมาบ้าง แต่ยืนยันว่าพวกเราทำงานอิสระ และไม่ได้มีกลุ่มการเมืองไหนหนุนหลัง
ส่วนกรณีที่ผู้สมัคร สก.เขตยานนาวา ปลอมใบปลิวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม.พร้อมกับแนบรูปตัวเองไปด้วย ซึ่งอาจขัดกับกฎหมายเลือกตั้งนััน นายวิพุธ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงของเรื่องดังกล่าว ยังไม่ได้ทราบข้อมูลเรื่องนี้เลย เห็นแค่ข่าวออกมา ยังไม่รู้เลยว่าเป็นผู้สมัครเขตไหน ในข้อเท็จจริง จริง ๆ ตนว่าเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องที่ต้องไปดูข้อกฎหมาย สิทธิส่วนตัวของเขา ถ้าใครที่จะกระทำ ไม่ใช่แค่เขตนี้ ถ้าดูแล้วว่ามันสุ่มเสี่ยง ตนว่าอย่าไปทำเลย” นายวิพุธ กล่าว
ขณะที่นายนที กล่าวเสริมว่า ตัวพวกเรายังไม่ได้มีการคุยกัน เราคุยกันน้อย เราอิสระกันมาก อย่างตัวผมเองกับผู้สมัคร สก.เขตราชเทวี เจอกันสัปดาห์ละครั้ง เพราะเราลงพื้นที่หนัก
นายวิพุธ กล่าวต่อไปว่า ทีมคนทำงานเรามีจุดดี มีความสามารถ มีผลงาน มีแนวคิดนโยบายที่ผมว่ามันไม่มีกลุ่มไหนที่มีประมาณแบบนี้ ที่ออกมาพูดในลักษณะที่เราจะทำ ในเชิงของการแก้ข้อบัญญัติ ที่จะไปแก้ในเรื่องของโครงสร้างกฎหมายที่มันล้าหลัง 30-40 ปี.



