เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. จากกรณีอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ตอนแรกที่หลายคนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุทั่วไป แต่สุดท้ายกลายเป็นคดีฆาตกรรม สามีขับรถไล่ชนอดีตภรรยาขณะซ้อนรถจักรยานยนต์ของพลเมืองดีหลบหนีการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง จนเกิดเหตุสลดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายชายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีไปแล้ว

ความคืบหน้าเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่ามุณีประชาราษฎร์ หมู่ 14 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ฌาปนกิจศพ นางสาวธิดารัตน์ ท่อนทอง อายุ 32 ปี ที่เสียชีวิตจากการถูกสามีขับรถพุ่งชนท้ายพร้อมกับพลเมืองดีที่ช่วยเหลือพาขึ้นรถจักรยานยนต์พาเข้าเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์

บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของพ่อแม่และบรรดาญาติพี่น้อง โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อ ซึ่งทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ญาติต้องคอยปลอบใจอยู่ใกล้ชิด โดยการจากไปของนางสาวธิดารัตน์ ต้องทำให้น้องลูก 5 ขวบ และ 9 ขวบ ต้องกำพร้าแม่

นางพรทิพย์ อายุ 52 ปี น้าสาวผู้เสียชีวิต บอกว่า ผู้ตายกับนายอานนท์ แต่งงานอยู่ด้วยกันจนมีลูกสาวอายุ 5 ขวบหนึ่งคน ที่ผ่านมานายอานนท์ มักจะทำร้ายผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง บางครั้งถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล จนผู้ตายทนไม่ไหวขอเลิกไปบ่อยครั้ง แต่นายอานนท์ไม่ยอม ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ก่อนเกิดเหตุก็ลงมือทำร้าย อยากให้กฎหมายลงโทษให้หนัก ให้ตายไปตามกัน

นางสำราญ อายุ 64 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้แยกทางกับแฟนหนุ่มมาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จึงขอให้ฝ่ายชายย้ายออกจากบ้านไปอยู่ในตัวเมือง ทั้งคู่มีปากเสียงและทะเลาะกันเป็นประจำ โดยเหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา จนลูกสาวต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ก่อนเรื่องราวจะบานปลายมาสู่เหตุสลดครั้งนี้

“คิดไม่ถึงจริง ๆ เขาเป็นคนหน้าตาดี ดูนิสัยดี แต่กลับทำกับคนที่รักได้ถึงขนาดนี้” แม่กล่าว พร้อมยอมรับว่าไม่เคยเห็นด้านอารมณ์ร้อนของฝ่ายชายมาก่อน เพราะลูกสาวไม่เคยเล่ารายละเอียดให้ฟัง ลูกสาวเคยถูกทำร้ายร่างกายมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงถูกพาไปทำร้ายบริเวณอ่างเก็บน้ำหลายหน แต่ครอบครัวเลือกให้อภัยและให้โอกาสมาตลอด เพราะเห็นแก่หลานทั้ง 2 คน “อยากรู้แค่ว่าลูกแม่ผิดอะไร ถึงต้องใช้ชีวิตแลกแบบนี้” ผู้เป็นแม่กล่าวด้วยความเจ็บปวด

สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว คอยทำงานหาเลี้ยงทั้งพ่อแม่และลูก ๆ โดยแบ่งรายได้ดูแลคนในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การจากไปครั้งนี้ สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว

แม่เล่าอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่คบหากันกว่า 6 ปี ฝ่ายชายเข้าออกบ้านเป็นประจำ ครอบครัวพยายามเปิดใจยอมรับมาตลอด แม้ลูกสาวจะเคยถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ขณะตั้งครรภ์ที่ต้องเย็บบาดแผลถึง 7 เข็ม แม้ทั้งคู่จะเลิกรากันแล้ว แต่ฝ่ายชายยังไม่ยอมตัดใจ ขณะที่ลูกสาวมักใจอ่อนเมื่อพบหน้ากันอยู่เสมอ จนกระทั่งเกิดเหตุสะเทือนใจครั้งนี้

ขณะที่เหยื่อพลเมืองดี นายณัฐนันท์ จิตหาร เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ วัย 29 ปี พลเมืองดีที่เสียชีวิตจากการให้การช่วยเหลือเหยื่อหญิงสาวที่ทะเลาะกับแฟน และครอบครัวสุดเศร้าเป่าเค้กวันเกิดต่อหน้าศพ เมื่อวานนี้ ครอบครัวก็ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองบัว วันนี้เป็นวันสุดท้าย และมีกำหนดฌาปนกิจ ในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ เวลา 15.00 น.

สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ นายอานนท์ คงเก่ง ด้าน พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งนายอานนท์ รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัด พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะผู้ต้องหาไม่สมัครใจ และคดีดังกล่าวเป็นคดีที่กระทบต่อความรู้สึก