ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เร่งขยายผลคดี “มีนา” แอร์โฮสเตสสาวไทย ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าผ้าลายช้างนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากแนวทางสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า ขบวนการดังกล่าวแบ่งหน้าที่กันทำเป็นทอด ๆ ตั้งแต่การลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย การจัดเตรียมพัสดุ การหาผู้รับหิ้ว ไปจนถึงการส่งมอบสัมภาระให้ผู้เดินทางนำออกนอกประเทศ โดยมีผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศ

จากการสืบสวนพบว่า เฮโรอีนต้นทางมาจากสามเหลี่ยมทองคำ และถูกลักลอบนำเข้ามาทางฝั่ง สปป.ลาว ก่อนจะถูกบรรจุซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าลายช้างอย่างแนบเนียนสำเร็จรูป และนำมาส่งต่อยังพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งมีพื้นที่ชายแดนติดกับสปป.ลาว ก่อนจะถูกลำเลียงมาพักไว้ในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อเตรียมส่งต่อให้ผู้รับหิ้วเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลีย

ในส่วนของเครือข่ายภายในประเทศของขบวนการที่ขยายผลจากแอร์มีนา เจ้าหน้าที่พบว่ามีกลุ่มผู้ทำหน้าที่ลำเลียงพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีน และส่งต่อ คือ “นายอุทัย ชายชาวม้ง” ที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดใส่ “ฮู้ดสีน้ำเงิน” ซึ่งทำหน้าที่ทั้งไปรับกระเป๋าที่ทราบอยู่แล้วว่าเป็นยาเสพติด และนำมาพักไว้ที่ห้องพัก จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนแพ็กบรรจุใส่กล่องลัง เพื่อนำไปส่งต่อให้บุคคลที่รับหิ้ว หนึ่งในนั้นคือแอร์มีนา

ส่วนผู้ทำหน้าที่ประสานงาน-ติดต่อให้ไปรับเฮโรอีน จากคำให้การของนายอุทัย อ้างรับคำสั่งผ่านบัญชีไลน์ชื่อ “Rin Rin” พร้อมรับเงินค่าจ้าง 60,000 บาท เพื่อไปรับกระเป๋าซุกซ่อนเฮโรอีน จาก อ.เชียงคำ จ.พะเยา

ขณะที่ผู้ที่สั่งให้นำพัสดุไปส่งยังปลายทางที่รับหิ้ว เจ้าหน้าที่ทราบรายละเอียดแล้ว แต่ขอยังไม่เปิดเผย เพื่อรอการขยายผลก่อน

ส่วนนายอติราช หรือ เป้ เป็นบุคคลที่เข้ามาในฐานะ “ไรเดอร์” ที่ถูกนายอุทัยว่าจ้างให้ขับรถจาก จ.พระนครศรีอยุธยา นำพัสดุไปส่งให้แอร์มีนาที่คอนโดมิเนียม ย่านบางนา ค่าจ้าง 1,600 บาท และมีการติดต่อกันผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่นายอุทัยขอมาจากเพื่อน ไม่ได้เรียกใช้บริการผ่านแอปพลิคชัน ทำให้นายอติราช มีสถานะยังเป็นแค่พยาน เพราะตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานว่ารู้เห็นหรือไม่

สำหรับผู้รับหิ้วคือ แอร์มีนา ซึ่งรับกระเป๋าผ้าลายช้าง จำนวน 12 ใบ เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ลูกเรือที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ Australian Border Force ตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าเบื้องต้น 2 ใบ โดยถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามรายงาน เจ้าตัวยืนยันรับจ้างหิ้วสินค้าและไม่ทราบว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่

ส่วนอีกหนึ่งรายที่ปรากฏเข้ามาในคดีของแอร์มีนาคือ นายนันทวัฒน์ ชาวพะเยา ที่เป็นเพื่อนของนายอุทัย ถูกจับกุมได้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ภายหลังจากจับกุมตัวนายอุทัยได้ โดยนายนันทวัฒน์ เป็นคนที่รับฝากของกลางจากนายอุทัยและนำกระเป๋าซุกซ่อนเฮโรอีน ไปทำลายทิ้ง เพื่อหนีความผิด

แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายภายในประเทศได้แล้ว 2 ราย คือนายอุทัย และนายนันทวัฒน์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างฝากขังในเรือนจำ แต่การสืบสวนสอบสวนยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากยังอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว “บุคคลสำคัญ” ที่เชื่อว่าเป็น “ผู้สั่งการ” ได้แก่ ผู้ใช้บัญชีไลน์ “Rin Rin” ซึ่งทำหน้าที่สั่งการและจ่ายเงินให้นายอุทัย รวมถึงผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Rose Rose” ที่โพสต์ประกาศหาผู้รับหิ้วสินค้า

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่ ที่แนวทางการสืบสวนพบว่าเป็นคนสัญชาติลาว กบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และคนไทยซึ่งทำหน้าที่รอรับยาเสพติดปลายทางในประเทศออสเตรเลีย คาดมีไม่ต่ำกว่า 2-3 คน ทราบชื่อหนึ่งในนั้นว่า “เดียร์” อาศัยอยู่ออสเตรเลียมาประมาณ 10 ปี ปัจจุบันยังไม่ชัดว่าเปลี่ยนสัญชาติแล้วหรือไม่

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า คดีดังกล่าวเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่แบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทางการลำเลียงยา การซุกซ่อนอำพราง การจัดหาผู้รับหิ้ว การส่งมอบพัสดุ และการรับยาเสพติดปลายทาง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งขณะนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) ป.ป.ส. ดีเอสไอ และบช.น. ยังคงเร่งขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด.