จากกรณีศาลฎีกาที่ 842-876/2560 รวมทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่มีคำพิพากษายืนตามศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ของชาวบ้านจำนวน 35 ราย ในเขตพื้นที่ ต.เสม็ด และ ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยทั้ง 35 รายนี้ อยู่ในกลุ่ม 995 ราย ที่มีการอ้างเอกสารสิทธิในที่ดินของการรถไฟ
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งการตัดสินของศาลฎีกาดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่เริ่มทำใจและรับสภาพได้แล้ว ถึงแม้ในใจคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ตาม
ด้าน นายสุดทาย พิลาดี อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะพวกตนต่อสู้คดีเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2511 เรื่องคดีศาลตัดสินแล้วเราก็ยอมรับ หลังจากนี้การรถไฟจะรื้อถอนหรือเก็บค่าเช่าตนไม่ทราบ แต่คาดว่าการรถไฟจะให้เช่าที่ดิน แต่ต้องเสียค่าเช่าย้อนหลัง แต่ชาวบ้านส่วนมากจะไม่มีเงิน
ขณะที่ นายโยธิน นิยมพันธุ์ อายุ 67 ปี ชาวบ้านหนึ่งใน 35 คน ที่ถูกศาลตัดสินให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ กล่าวว่า ตอนนี้อยากให้การรถไฟลดราคาเช่าลง เพราะการคิดค่าเช่าของการรถไฟ เขาจะคิดเป็นเดือน ไม่ได้คิดเป็นปี มันก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับชาวบ้าน ที่ส่วนใหญ่ในจำนวน 35 รายนี้ จะเป็นคนหาเช้ากินค่ำ จะมีเพียง 5-6 ราย ในกลุ่มนี้ ที่พอมีกำลังจะจ่ายค่าเช่าให้การรถไฟได้ ส่วนหนึ่งก็อยากให้การรถไฟนำนักจิตวิทยามาพูดคุยกับชาวบ้านถึงข้อเท็จจริง เพราะหลายคนยังรับไม่ได้ เชื่อว่าชาวบ้านน่าจะรับได้.



