เดลินิวส์เกมมิ่ง ภายใต้ เดลินิวส์ออนไลน์ รีวิวเกม Borderlands 4 ภาคต่อของเกม Looter-shooter ดัง ที่กลับมาพร้อมกับระบบใหม่ ๆ ให้ผู้เล่นได้สัมผัส รวมถึงเสริมระบบการเล่นแบบ Co-op ให้เร้าใจมากยิ่งขึ้น แล้วตัวเกมจะเป็นอย่างไรนั้น อ่านต่อได้เลยที่นี่!

Borderlands 4 คือเกมแนว Looter-shooter RPG จากทีมพัฒนา Gearbox Software และจัดจำหน่ายโดย 2K Games ตัวเกมได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2025 บน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC
เกมภาคนี้เป็นการสานต่อของแฟรนไชส์ Borderlands ที่ผสมความเป็น Shooter และ RPG ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับด้วยโลกแบบ Open World รวมถึงระบบอาวุธใหม่ การเล่นกับเพื่อนแบบ Co-op ที่ดียิ่งขึ้น และ เนื้อหาหลังจบเกม (Endgame) ที่หลากหลายกว่าเดิม!

เรื่องราวของเกม
ผู้เล่นจะได้เดินทางไปสู่ดาวเคราะห์ “Kairos” ดาวที่ถูกปิดกั้นมานับพันปีโดยผู้ปกครองลึกลับที่เรียกว่า Timekeeper และองค์กรหุ่นยนต์ของเขา The Order แต่หลังจาก “ผ้าคลุมพลัง” ถูกทำลาย โลกนี้ก็ได้เผยความลับและภัยพิบัติครั้งใหม่ โดยผู้เล่นคือ 1 ใน 4 Vault Hunters รุ่นใหม่ ที่ต้องร่วมมือกับกลุ่มต่อต้านเพื่อโค่นล้ม Timekeeper และค้นหาความจริงของ Vault ที่ซ่อนอยู่บน Kairos ให้ได้!

จุดแข็งของ Borderlands 4
- ระบบ Build ที่ยืดหยุ่น เล่นได้หลายสไตล์จริง
- Endgame มีเนื้อหาหลากหลาย ฟาร์มต่อได้ยาว
- Co-op ดีขึ้นมาก ระบบ Loot แยกกัน/ยศเท่ากัน
- โลก Seamless และเคลื่อนไหวอิสระ
สิ่งที่ผู้เล่นควรรู้ก่อนเริ่ม
- ไม่มี Minimap แล้ว ใช้ Compass แทน ต้องสังเกตสภาพแวดล้อมมากขึ้น
- Performance บน PC บางเครื่องอาจต้องอัปเดตไดรเวอร์ให้ใหม่สุด หรือใช้ฮาร์ดแวร์ที่ดีขึ้น
- ไอเทมระดับ Legendary ดรอปยากขึ้นในบางระดับความยาก

Core Gameplay
สำหรับเกม Borderlands 4 นั้น จะยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของซีรีส์ไว้ครบถ้วน นั่นคือการนำความเป็น First-Person Shooter ผสมกับสไตล์ RPG ให้ผู้เล่นไล่ยิงกระหน้ำ เก็บไอเทม ปรับ Build ของตัวเอง และร่วมมือกับเพื่อนรวมกันสูงสุด 4 คน ในการตะลุยไปด้วยกัน และที่สำคัญ ในภาคนี้จะมีฟีเจอร์ “โลกแบบไร้ขอบเขต” (Seamless) ที่จะไม่มีหน้า Loading ระหว่างโซนด้วย!
ส่วนในด้านการเคลื่อนไหว (Movement) จะมีการเพิ่มระบบ Double Jump, Grapple Hook, Wall Run, และ Digirunner เข้ามาเพิ่ม

ระบบอาวุธและไอเทม (Weapons and Loot System)
ในเกมนี้ ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับอาวุธหลายตัวจากหลายแบรนด์พร้อมระบบ “Licensed Parts” ที่ให้ผู้เล่นผสมชิ้นส่วนจากหลายยี่ห้อเข้าด้วยกัน เช่น ปืน Jakobs ที่ยิงได้เร็วแบบ Dahl นอกจากนี้ เกมยังเพิ่มระบบช่อง Ordnance Slot สำหรับอาวุธหนัก เช่น Rocket Launcher และ Grenade Launcher ที่ใช้ระบบ Cooldown แทนจำนวนกระสุน รวมถึงยังมี Rep Kit ไอเทมที่สามารถใช้ระหว่างต่อสู้เพื่อฟื้น HP หรือเพิ่ม Buff ได้ ปิดท้ายด้วย Enhancement Mods สำหรับอาวุธแต่ละแบรนด์ เพิ่มความสามารถพิเศษให้ตรงสไตล์ของตัวเอง!

ระบบ Skills และ Build Customization
ใน Borderlands 4 นี้ ทาง Gearbox Software ได้ปรับระบบ Skill Tree ให้ลึกและยืดหยุ่นกว่าเดิม ด้วยการเปิดทางให้ผู้เล่นสร้าง Build ที่ไม่ซ้ำกันได้จริง โดย Vault Hunter แต่ละคนจะมี 3 สายหลัก (Skill Paths) และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เช่น
- สายพลังโจมตี (Offensive) – เน้นดาเมจ ปืนหนัก และคริติคอล
- สายป้องกัน (Defensive) – เน้นโล่ เกราะ และฟื้นฟูพลังชีวิต
- สายเทคนิค (Utility) – เน้นสนับสนุนทีมหรือคุมฝูงศัตรู
นอกจากนี้ ตัวเกมยังได้เพิ่มระบบ Augment Skill ที่ให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งสกิลหลักได้ เช่น
- เปลี่ยนประเภทความเสียหาย (ไฟ/กรด/ไฟฟ้า)
- เพิ่มลูกเล่นใหม่ เช่น ชาร์จพลังหรือยิงต่อเนื่อง
Passive & Trait System
- แต่ละตัวละครจะมี Trait Board คล้ายระบบ Paragon หรือ Ascension ที่ปลดล็อกเมื่อเลเวลสูงสุด (เลเวล 50–60) โดยผู้เล่นสามารถเพิ่มค่าสเตตถาวร เช่น Critical Damage, Shield Recharge หรือ Loot Drop Rate
ตัวอย่าง Build ยอดนิยม
| ชื่อ Build | จุดเด่น | เหมาะกับผู้เล่นกลุ่มไหน |
| “Bullet Storm” | ใช้ปืนกล + Perk เพิ่มกระสุนไม่จำกัดชั่วคราว | คนที่ชอบยิงอย่างต่อเนื่อง |
| “Tech Commander” | ใช้โดรน / หุ่นสนับสนุน เพิ่มบัฟให้ทีม | ผู้เล่นสายสนับสนุน |
| “Elementalist” | เน้นสถานะไฟ/ไฟฟ้า/กรด สร้าง Chain Damage | ผู้เล่นสายเวท ยิงแล้วระเบิดเป็นลูกโซ่ |

ระบบ Endgame หลังจบเนื้อเรื่อง
หลังเคลียร์เนื้อเรื่องหลัก Borderlands 4 จะเปิดโลกของความท้าทายอีกระดับหนึ่ง เนื้อหาหลังเกมเต็มรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อสายฟาร์มโดยเฉพาะ โดยตัวเกมจะมีฟีเจอร์ที่โดดเด่นดังนี้
True Vault Hunter Mode (TVHM)
- โหมดเนื้อเรื่องแบบเล่นซ้ำ แต่มีความยากขึ้น ศัตรูแข็งแกร่งขึ้น
- โอกาสในการดรอปไอเทมยากขึ้น
- สามารถรีเซตภารกิจและลอง Build ใหม่ได้!
Chaos Realms (Arena Mode)
- โหมดต่อสู้แบบลานประลอง คล้าย Slaughter Dome ในภาคก่อน ๆ
- สุ่มศัตรู / บอส / เงื่อนไข เช่น พื้นไฟฟ้า หรือห้ามใช้สกิล
- ยิ่งอยู่รอดได้นาน ยิ่งได้ของระดับสูง
Silo Control Events
- เหตุการณ์ในโลกเปิดที่ให้ผู้เล่นร่วมมือกันยึด “Silo” ซึ่งเก็บพลังงาน Vault Key
- เมื่อยึดสำเร็จจะปลดล็อก Fast Travel + Dungeon พิเศษ
- ดันเจี้ยนเหล่านี้มี Boss ระดับ Raid ที่ดรอป Legendary เฉพาะกิจ
Seasonal Challenge & Raids
- Gearbox Software ยืนยันว่าภาคนี้จะมี กิจกรรมตามฤดูกาล (Seasonal Events) ที่เปลี่ยนแผนที่และของรางวัลทุกไม่กี่เดือน โดยจะมี Raid Boss ใหม่เพิ่มในแต่ละซีซัน เช่น “The Reclaimer” หรือ “Void Beast of Kairos”
- จะมี Raid Boss ใหม่เพิ่มในแต่ละซีซัน เช่น “The Reclaimer” หรือ “Void Beast of Kairos”

โดยสรุปแล้ว เกม Borderlands 4 คือการวิวัฒนาการครั้งใหญ่ของซีรีส์ที่มีการรวมทุกสิ่งที่แฟน ๆ ชอบจากภาคก่อน ๆ แล้วเพิ่มความยืดหยุ่นในการเล่น ตั้งแต่การสร้าง Build, ระบบ Endgame ที่เล่นได้ยาวนาน, ไปจนถึงการสำรวจโลกที่ลื่นไหล นี่คือ Borderlands ที่โตเต็มที่ ทั้งในเชิงเนื้อหา ระบบ และอิสระของผู้เล่น ดังนั้น มันจึงเป็นอีกเกมที่คุ้มค่าต่อการเล่นในปีนี้อย่างแน่นอน
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทาง 2K Games ที่ให้เราได้มีโอกาสได้เล่นเกมนี้กันด้วย! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกม Borderlands 4 กันได้ที่ Borderlands 4 | Borderlands Games



