หลังจบแมตช์เดย์ที่ 4 สถานการณ์ของ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เดิมทีก่อนจะเริ่มแมตช์เดย์ 3-4 ไทย ตาม เติร์กเมนิสถาน 3 แต้ม เส้นทางของไทย น่าจะปูไปสู่การชิงเข้ารอบนัดสุดท้ายกับ เติร์กเมนิสถาน ในบ้านเรา ด้วยโจทย์ที่ ไทย แพ้มาก่อนในนัดแรก 1-3 ดังนั้น ต้องยิงชนะ 2-3 ลูก

อย่างไรก็ตาม จบ 2 นัดล่าสุด เติร์กเมนิสถาน มีหลุดแพ้ ศรีลังกา ในเกมที่ 3 ทำให้ล่าสุด คะแนนมาเท่าไทย ที่ 9 แต้ม

เติร์กฯ นำจ่าฝูง เพราะเฮดทูเฮดดีกว่า

2 นัดสุดท้าย

วันที่ 18 พ.ย. 68

ศรีลังกา พบ ไทย/เติร์กเมนิสถาน พบ ไต้หวัน

วันที่ 31 มี.ค. 69

ไทย พบ เติร์กเมนิสถาน/ไต้หวัน พบ ศรีลังกา

หน้าเสื่อออกมาแบบนี้ การชิงเข้ารอบ จะดวลถึงนัดสุดท้าย ที่ ไทย รับมือ เติร์กฯ

ที่โจทย์ของไทยคือ “ต้องชนะ” หรือจะเขียนซอฟต์ๆ “ขอแค่ชนะ” ไม่ต้องคิดถึงจำนวนสกอร์

“เสมอไม่ได้” เพราะจะแพ้เฮดทูเฮด

นัดหน้าในอีก 1 เดือน วันที่ 18 พ.ย. จะเป็นเกมสำคัญ ที่คาดว่า เติร์กเมนิสถาน จะไม่พลาดในการเล่นในบ้านพบ ไต้หวัน

เติร์กฯ จะมี 9+3 เป็น 12 แต้ม

ส่วน ไทย ไปเยือน ศรีลังกา ไทยก็ควรต้องชนะ เพื่อมี 12 แต้ม เช่นกัน ก่อนไปวัดนัดสุดท้าย กับโจทย์ “ชนะเข้า-เสมอตก” เพราะเฮดทูเฮด

แต่ การเตะที่ศรีลังกานั้น…ตามคณิตศาสตร์ฟุตบอลแล้ว ไทย ยังมีโอกาสพลาดได้ “กิ๊กหนึ่ง” ในการเยือนศรีลังกา คือ “เสมอได้”

หาก ไทย บุกเสมอ ศรีลังกา ไทยก็จะมี 10 แต้ม ตาม เติร์กฯ 2 แต้ม

ถึงนัดสุดท้ายที่ไทย รับมือ เติร์กเมนิสถาน ก็ยังเป็นโจทย์เดิมของไทย คือ “ชนะเข้า-เสมอตก” อยู่ดี

ดังนั้น เยือนศรีลังกา นั้น ทีมไทยไม่ได้แบกความเครียดมาก “ขอแค่ไม่แพ้” กลับมา โจทย์ไม่เปลี่ยน

จะเปลี่ยนแต่สถานการณ์ความกดดันเท่านั้นแหละ

และ…ก็อย่า “หลุดแพ้”

มิเช่นนั้น จะขุด “ศรีลังกา” จากหลุม

ทีนี้งานหยาบเลย!