ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำลงสู้พื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่องในอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 7 ส่งผลทำให้ยังคงมีมวลน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบกับมีฝนตก ส่งผลทำให้แม่น้ำน้อย คลองสาขาต่างๆ ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำเริ่มทรงตัว  ในพื้นที่อำเภอบางบาล  เป็นอีกอำเภอหนึ่ง 12 อำเภอที่ถูกน้ำท่วมนาน ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 16 ตำบล 101 หมู่บ้าน มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน กว่า 6,620 ครัวเรือน

ส่วนที่ชุมชน ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยาเป็นชุมชนที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงแม้ระดับน้ำจะลดระดับลงและเริ่มทรงตัวแต่ระดับน้ำทีท่วมอยู่ในชุมชน มานานเข้าสู่เดือนที่ 3 ถนนทางเข้าชมชนถูกน้ำท่วมสูง สภาพบ้านเรือนถูกน้ำท่วมครึ่งหลัง ถูกน้ำท่วมถึงพื้นบ้าน ชีวิตอยู่อย่างลำบาก  

นางสำรวย สุขโชติ อายุ 64 ปี กล่าวว่า ใช้ชีวิตอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่า 2 เดือนแล้ว บางชุมชนท่วมก่อนนานกว่า 3 เดือน จะเข้าออกบ้านไปหาซื้ออาหาร ไปทำงานพายเรือเดินลำบากมากจริงๆเครียดมาก ใครว่าน้ำท่วมแล้วชินลองมาอยู่ในสภาพที่น้ำท่วมแบบนี้ ใครไม่มาอยู่ไม่มาใช้ชีวิตสภาพน้ำท่วมบ้านไม่รู้หรอก ส่วนเงิน9,000 บาท ไม่ได้อยากได้เลย อยากไม่ให้น้ำท่วมมากกว่า  ไม่อยากให้ระบายน้ำมาแล้วสร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้านแบบนี้เหมือนระบายมาแบบมั่วไปหมดขึ้นๆลงไม่วางแผนจัดการ เราเข้าใจว่าเราเป็นพื้นที่ต่ำ แต่น่าจะราบน้ำกระจายพื้นที่ไป ในทุ่งนา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน  ถึงแม้จะมีการลดการระบายน้ำ ขณะนี้น้ำลดลงไปได้ประมาณ 10ซมงแล้วก็ทรงตัวแช่อยู่แบบนี้ ไม่ได้ลดหรือบรรเทาความเดือดร้อน เชื่อว่าชาวบ้านหลายคนที่ถูกน้ำท่วมนานแบบนี้จะอยุ่ในสภาวะความเครียดกันทุกคน ยิ่งระบายน้ำเพิ่มยิ่งเครียด เงิน 9,000 บาท ไม่ได้บรรเทา เพราะ ตั้งแต่น้ำขึ้นขนย้ายของเก็บของเราต้องจ้างคนมาช่วย พอน้ำลงยิ่งเครียกว่า ล้างบ้าน ซ่อมแซมความเสียหาย เชื่อว่าเงินที่ได้ไม่พอแน่นอนต้องหาเงินมาเพิ่มอีก น้ำท่วมก็ขาดรายได้ แต่มีรายจ่ายมากกว่าเดิม