สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่า นายทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา กล่าวว่า บริษัท ปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบทั้งหมด ที่จะดำเนินกิจการในกัมพูชา และการที่รัฐบาลกัมพูชามอบสัญชาติให้แก่นายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานของปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป ซึ่งเป็นชาวจีนนั้น เป็นไปตามกฎหมายของกัมพูชาเช่นกัน

ขณะเดียวกัน นายทัช สุขะ กล่าวว่า กัมพูชาหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าสหรัฐและสหราชอาณาจักร “มีหลักฐานเพียงพอ” ในการดำเนินคดีกับปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป และนายเฉิน จื้อ พร้อมทั้งย้ำว่า กัมพูชาพร้อมให้ความร่วมมือทันทีที่ทั้งสองประเทศแสดงหลักฐานอย่างเป็นทางการ


โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาย้ำว่า รัฐบาลพนมเปญ “ไม่ปกป้องผู้กระทำผิดกฎหมาย” แต่เน้นว่า ตอนนี้ กัมพูชายังไม่ได้กล่าวหา ว่าปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป และนายเฉิน จื้อ กระทำการละเมิดกฎหมายของกัมพูชา


ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐยื่นเรื่องต่อศาลในนครนิวยอร์ก ฟ้องนายเฉิน จื้อ นักธุรรกิจซึ่งถือสัญชาติกัมพูชา จีน และสหราชอาณาจักร วัย 37 ปี ว่าอยู่เบื้องหลังการเปิดศูนย์หลอกลวงที่เป็นฐานของค่ายแรงงานทาสขนาดใหญ่ กระจายอยู่ทั่วกัมพูชา โดยเหยื่อซึ่งถูกล่อลวงและบังคับให้เข้าสู่การทำงานเป็นสแกมเมอร์ หลอกลวงผู้เสียหายทั่วโลกให้ร่วมลงทุนในเงินดิจิทัล


ปรินซ์ โฮลดิง ก่อตั้งเมื่อปี 2558 ปัจจุบันมีสาขาอยู่ในมากกว่า 30 ประเทศ จดทะเบียนภายใต้หน้ากากของบริษัทอสังหาริมรัพย์ ให้บริการผู้บริโภค และเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น นายเฉิน จื้อ และพรรคพวก กลับลักลอบเปลี่ยนปรินซ์ โฮลดิง ให้กลายเป็น “หนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย” และมีฐานอยู่ในกัมพูชา


นอกจากนี้ เพื่อขยายอิทธิพลและรักษาธุรกิจมืดของตัวเองไว้ นายเฉิน จื้อ ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศด้วย ทั้งนี้ นายเฉิน จื้อ ยังคงหลบหนี และตอนนี้ รัฐบาลวอชิงตันดำเนินการยึดทรัพย์ของนายเฉิน จื้อ และปรินซ์ โฮลดิง จำนวน 127,271 บิตคอยน์ หรือราว 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 486,367.50 ล้านบาท)


หากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง นอกจากการถูกยึดทรัพย์ นายเฉิน จื้อ อาจเผชิญกับบทลงโทษจำคุกเป็นเวลานานสูงสุด 40 ปี


อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศอายัดอสังหาริมทรัพย์ 19 แห่งในกรุงลอนดอน ที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,356.71 ล้านบาท) ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายเฉิน จื้อ.

เครดิตภาพ : AFP