โลกการทำงานยุคใหม่ การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงานไม่ใช่ “ทางเลือก” เท่านั้น แต่เป็น
“ความจำเป็น” ที่ทุกองค์กรต้องใส่ใจ เพราะ…พนักงาน คือ หัวใจของการขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ในทุก ๆ วัน ยังมี “ภัยเงียบ” ซ่อนตัวอยู่ในออฟฟิศ ไม่ต่างอะไรกับฝุ่น PM2.5 ที่ลอยอยู่นอกตึก นั่นคือ…สารเคมี และผงหมึก (โทนเนอร์) จากเครื่องพิมพ์ และเครื่องถ่ายเอกสาร ที่เปรียบเหมือนอุปกรณ์คู่ทุกออฟฟิศ ค่อย ๆ กัดกร่อนสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง

ยิ่งการทำงานกับคนรุ่นใหม่ อย่างเจเนอเรชัน Z ที่เน้นให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม และสุขภาวะมากกว่า ที่เคยหากองค์กรสามารถสร้างพื้นที่การทำงานที่ปลอดภัย ใส่ใจ และเต็มไปด้วยสุขภาพที่ดีได้จริง จะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ทุกคนอยากเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

ล่าสุด “รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกโรงเตือนอีกรอบผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Jessada Denduangboripant กับภัยเงียบเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์เลเซอร์ในห้องทำงาน

ภัยเงียบจากการถ่ายเอกสาร – พิมพ์งาน

เบื้องหลังการทำงานของเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์เลเซอร์ มีหลายองค์ประกอบที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผงหมึกที่เล็ก จนสามารถเล็ดรอดเข้าทางเดินหายใจ สารเคมีที่ระเหยออกมาจากส่วนประกอบของเครื่อง หรือแม้แต่ก๊าซโอโซนที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการทำงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้ผู้ใช้งานและคนที่อยู่ใกล้เครื่องเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพได้

เริ่มจากผงหมึก (Toner) : มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ จากการสูดหายใจเอาฝุ่นของผงหมึกเข้าไปในร่างกายแล้ว สารบางชนิดที่เป็นส่วนผสมของผงหมึก เช่น สารไนโตรไพรีน และไตรไนโตรฟลูออรีน เป็นสารที่อาจก่อมะเร็ง และทำให้เกิดความผิดปรกติของทารกในครรภ์ สารพอลิเมอร์ พวกเรซินพลาสติก ในผงหมึก เป็นสาเหตุของอาการแพ้ เป็นผื่นคันตามผิวหนัง ถ้าสัมผัสที่ผิวหนังบ่อย ๆ

หมึกเหลว (Liquid Toner) : ถ้าสัมผัสต่อเนื่อง จะระคายเคืองผิวหนัง ตา ระบบทางเดินหายใจ และเป็นอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลาง ส่วนสารละลายอินทรีย์เคมีที่ใช้ทำละลายหมึกพิมพ์ ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย

สารนำแสง (Photoconductor) :  เช่น เซเลเนียม ทำให้ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจส่วนต้น ตา ชั้นเยื่อเมือกของกระเพาะอาหาร , แคดเมียม มีอันตรายมากกว่าเซเลเนียม เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ถูกปล่อยออกจากเครื่องถ่ายเอกสารในปริมาณที่น้อยกว่า

แสงอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet light, UV) : ถูกแผ่รังสีออกจากหลอดไฟพลังงานสูงระหว่างการถ่ายเอกสาร ความเสี่ยงการสัมผัสแสงยูวีนั้นมีน้อยมาก เพราะแสงยูวีมักจะไม่ทะลุผ่านแผ่นกระจกที่วางเอกสารต้นฉบับของเครื่อง แต่อาการปวดศีรษะ แสบตา อาจเกิดขึ้นได้ หลังจากมองแสงที่ทะลุผ่านกระจกออกมาได้ ถ้าสัมผัสกับรังสียูวีเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดมะเร็งที่ผิวหนังได้

ก๊าซโอโซน (Ozone, O3) :  เมื่อสูดเข้าไประยะเวลานานๆ อาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อระบบประสาทตาและผิวหนัง อาจทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับปอดได้  แต่ปัจจุบันการทำงานของเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องพิมพ์ได้พัฒนาเทคโนโลยีไปมาก ทำให้โอโซนเกิดขึ้นน้อย โดยเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่มีแผ่นกรองประเภทถ่านกัมมันต์ติดอยู่ เพื่อสลายโอโซนก่อนปล่อยออกภายนอกเครื่อง

มลภาวะทางเสียง :  เครื่องถ่ายเอกสารส่วนใหญ่จะมีเสียงค่อนข้างดัง โดยเฉพาะเครื่องขนาดใหญ่ อาจดังถึง 80 เดซิเบลเอ (dBA)

ความร้อน:  ที่ปล่อยออกมาจากการทำงานของหลอดไฟพลังงานสูง เป็นสาเหตุของความรู้สึกไม่สบาย ถ้าต้องถ่ายเอกสารเป็นเวลานานๆ ในห้องที่ระบายอากาศไม่เพียงพอ

ผลวิจัยย้ำความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

การค้นคว้าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำว่าผลกระทบจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ไม่ใช่เรื่องเล็ก เช่น งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย West Virginia University ในปี 2563 พบว่า อนุภาคระดับนาโนจากผงหมึกสามารถรบกวนการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันและระบบเผาผลาญได้ตั้งแต่วันแรกที่สัมผัส และหากสะสมไปเรื่อยๆ อาจเชื่อมโยงกับโรคหัวใจและโรคทางระบบประสาท

นอกจากนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง  (Xi’an Jiaotong University) ประเทศจีน ในปี 2564 ยังพบว่า อนุภาคไฟฟ้าสถิตจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ อาจทำหน้าที่เป็นพาหะในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด -19 ในอาคารปิดได้อีกด้วย

กรมอนามัยเปิดทางเลือกที่ปลอดภัย

เพื่อป้องกันอันตรายเหล่านี้ กรมอนามัย เคยแนะนำให้ติดตั้งเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์
ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ผู้ใช้งานควรใส่หน้ากากเมื่อต้องเปลี่ยนผงหมึก และกำจัดผงหมึกอย่างถูกวิธี รวมถึงเลือกใช้เครื่องรุ่นใหม่ที่มีระบบกรองอากาศในตัว

แต่หากต้องการลดความเสี่ยงให้มากที่สุด การหันมาใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ไม่มีผงหมึก ไม่ปล่อยฝุ่นละอองจิ๋วและก๊าซโอโซน แถมยังไม่สร้างความร้อนสูงเหมือนเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ จึงช่วยให้คุณภาพอากาศในห้องทำงานสะอาดขึ้น และลดโอกาสที่ร่างกายจะต้องเผชิญกับสารเคมีอันตราย

เรียกได้ว่า เครื่องพิมพ์ และเครื่องถ่ายเอกสารอาจเป็น “ของคู่กาย” ในชีวิตการทำงาน แต่ก็แฝงด้วยความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม การทำงานท่ามกลางอุปกรณ์เหล่านี้จึงควรใส่ใจเรื่องสุขภาพควบคู่ไปด้วย และหากงานพิมพ์ที่ทำไม่จำเป็นต้องใช้เลเซอร์ปริ้นเตอร์เสมอไป การใช้อิงค์เจ็ทอาจเป็นคำตอบที่ช่วยให้ห้องทำงานของคุณปลอดภัยและสบายใจยิ่งขึ้น