สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า ทางการเนเธอร์แลนด์บังคับใช้กฎหมายสมัยสงครามเย็น เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมบริษัท เน็กซ์พีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

นั่นหมายความว่า แม้เน็กซ์พีเรีย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ “วิงก์เทค” (Wingtech) บริษัทเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติจีน ในเมืองไนเมเคิน สามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ แต่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์สามารถขัดขวางหรือเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของบริษัทได้

ทั้งนี้ รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นผลมาจากสัญญาณที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งบ่งชี้ถึง “ข้อบกพร่องและการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลที่ร้ายแรง” ภายในเน็กซ์พีเรีย

อย่างไรก็ตาม นางเหอ หย่งเฉียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อความพยายามของฝ่ายเนเธอร์แลนด์ ในการขยายแนวคิดเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ และแทรกแซงกิจการภายในองค์กรธุรกิจโดยตรง

“การตัดสินใจข้างต้น ไม่เพียงละเมิดเจตนารมณ์ของข้อตกลงตามสัญญา และหลักการตลาด แต่ยังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งส่งผลเสียต่อผู้อื่นและตนเอง” เหอ กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เหอยังระบุว่า เอกสารของศาลแสดงให้เห็นว่า สหรัฐแทรกแซงกระบวนการทางกฎหมายของเนเธอร์แลนด์ เพื่อปลดประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ชาวจีนของเน็กซ์พีเรีย แม้เธอไม่ได้ให้คำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหานี้ก็ตาม.

เครดิตภาพ : AFP