เรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ของเขาจริงๆ สำหรับ “ต่อ ธนภพ” พระเอกหนุ่มสุดฮอต ที่มีกระแสข่าวลือว่อนโซเชียลว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดย่านสาทร จึงเป็นเหตุทำให้ หนุ่มต่อ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความตกใจให้กับแฟนๆ ไม่น้อยกันเลยทีเดียว

ล่าสุดในงาน “SYSTEMA BRUSHVOLUTION” ครั้งแรกกับการเปิดตัวแปรงสีฟัน Gen S ลุคใหม่ หนุ่มต่อ จึงได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว รวมถึงเรื่องการทำงานการแสดง โดย หนุ่มต่อ เผยว่า

“ผมรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นช่วงที่เรายังโชคดี ที่ ทุกครั้งที่เราได้ออกมาทำงานที่เราชอบอยู่ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดี ช่วงนี้ผมปฏิเสธไม่ได้ ทุกคนน่าจะเริ่มเห็นหมดว่า อย่างที่เราเห็นชัดสุดก็คือทีวี เราหนี ความจริงไม่ได้ ผมยังคงเชียร์วงการนี้เสมอ ผมไม่เคยหมดหวังเลยสักครั้งเดียว ผมรู้สึกว่าผมไม่ค่อยกลัวการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ และ จริง ๆ ผมอยากร่วมงานกับทุกคนเลย ผมไม่ใช่คนที่เรื่องมากเรื่องการร่วมงานกับใครเลย แต่ถามว่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการตัดสินเยอะไหม ยอมรับครับ คือผมรู้สึกว่า สิ่งที่เราคุยงานกันแล้วมันจะเวิร์ก และ เวลาที่เรารู้สึกว่าไม่ใช่แล้วเราบอกตรง ๆ เราจะไม่โกรธกันขนาดนั้น

อย่างถ้าเป็นส่วนตัวผม ทุกงานที่ผมปฏิเสธ ผมรู้สึกว่าถ้ามันไม่ใช่ผมจริง ๆ อีกเหตุผลเดียวคือผมเห็นว่า มีบางคนที่น่าจะทำได้ดีกว่า แล้วทำไมเราถึงต้องหวงไว้ เพราะฉะนั้นให้คนที่ดีกว่าครับ ผมไม่ใช่คนที่ดีที่สุดขนาดนั้น ผมไม่ใช่นักแสดงที่จำเป็นจะต้องเป็นเฟิร์สช้อยส์ตลอดเวลา บางครั้งผมอาจจะเป็นลาสช้อยส์ด้วยซ้ำ แต่ผมภูมิใจมากพอกับทุกครั้งที่ผมก้าวออกมาทำ หนังหรือซีรีส์หรือละครทุกเรื่อง ผมไม่เคยทำงานที่อยากให้คนดูดูรอบเดียว ผมว่าผมใส่ใจมันมากพอ เอาจริงแม้แต่คำว่ากระแส ผมไม่ได้มองถึงสิ่งนี้เลย ผมมองถึงความเป็นไปได้มากกว่าครับ

และล่าสุดได้มีคนแชร์ข้อมูลว่า ผมโดนไฟไหม้เสียชีวิต บริเวณ ย่านสาทร ก่อนที่จะปฏิเสธผมก็ต้องขอบคุณหลาย ๆ รอบเลย ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ใหม่ในชีวิต ไม่เคยเกิดเหตุการณ์นี้ในชีวิตตัวเอง อันดับแรกคือไม่มีที่อยู่ที่อื่นนะครับ ผมอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่ ดูแลอย่างดีเสมอ และผมไม่ได้อ่านรายละเอียด แต่เหมือนเห็นรูปที่เข้าใจผิดว่า เป็นแม่ผมหรือเปล่าไม่รู้ แต่ผู้หญิงท่านนั้นไม่ใช่มารดาข้าพเจ้าแต่อย่างใด แม่ผมสวย แต่ไม่เป็นไรผมรู้สึกว่า ก็เสพข่าวอย่างมีสติ

พอมันเป็นข่าวแล้วมีเว็บพนันเข้ามาเอี่ยว ซึ่งเป็นลิงก์ที่กดให้อ่านข่าวและกลายเป็นเว็บพนัน อันนี้ผมไม่รู้ แต่ว่าไม่เกี่ยวข้องนะครับ เอาจริง ๆ ชีวิตเราไม่ถนัดเรื่องการพนันเลย แทบไม่เคยยุ่งเกี่ยวเลยดีกว่า ส่วนใหญ่ถ้าได้ลงทุน คุยกันได้นะครับ ชอบอยู่ คือเดี๋ยวนี้ถ้าเราตามข่าวกันดี ๆ อย่างพวกสแกมเมอร์ มันน่ากลัวกว่าที่คิดนะ เวลาจะกดหรือจะคลิกอะไรดูดี ๆ ดีกว่า แล้วก็เรื่องการแชร์สำคัญมาก สุดท้ายแล้วผมว่าอ่านดี ๆ ตั้งสติดี ๆ ก่อน ก่อนที่จะกดแชร์ เพราะหลาย ๆ อย่างผมว่ามันไม่ใช่เรื่องว่า คุณกำลังแชร์สิ่งที่มันไม่จริงอยู่ แต่มันลามไปถึงคนอ่านไม่แตกแล้วก็แชร์ ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้ อย่าเลย มันกลายเป็นว่าทำให้เรื่องผิดเพี้ยนไปหมด

ถามถึงความรู้สึกที่วงการบันเทิงโดนข่าวแบบนี้เยอะมากเลย ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติ เราต้องยอมรับว่า ในสังคมตอนนี้ เศรษฐกิจก็ไม่ดี คือผมรู้สึกว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะเราไม่ใช่คนประเภทแบบนั้น แต่ผมเชื่อว่ามี คนที่เขาต้องการพิมพ์อะไรแบบนี้ เพื่อสนองความสบายใจหรอ ก็ไม่รู้ บางครั้งผมได้อ่านอะไรแบบนี้ เราก็เอ๊ะ หรือเขาจะรู้สึกว่าเขาอยากระบายอะไรบางอย่างหรือเปล่า แต่ก็เอาแต่พอดีเถอะครับ คนทุกคนมันมีขีดจำกัด ส่วนในด้านกฎหมายถ้าเราเจอแบบนี้เราจะจัดการยังไง ซึ่งสำหรับผมผมว่ามันปล่อยไม่ได้นะ เพราะว่าทุกคนต้องมีวุฒิภาวะสิ ไม่ใช่ว่าวันนี้คุณนั่งอยู่หลังโทรศัพท์ หรือหลังคอมพิวเตอร์ แล้วจะกลายเป็นใครก็ได้ ทุกการสัมผัสนิ้วของคุณควรมีส่วนรับผิดชอบนะ กับสิ่งที่คุณคิดอยู่

ถามว่าถึงขั้นที่มีคนทักมาทวงเงินว่าเล่นการพนันแล้วเสียเพราะมีดาราเป็นคนโปรโมตใช่ไหม คือผมโดนทวงเงิน แต่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับพนัน ฟีลแบบว่าอยู่ ๆ ก็รู้จักญาติผม แต่ญาติที่เขาพูดผมไม่รู้จักนะ ก็มีช่วงนึงที่เจอ ตามโซเชียลนี่แหละ คือเขาพูดชื่ออะไรซักอย่างแล้วต่อด้วย ลีรัตนขจร คือครอบครัวผมมันใหญ่มาก เราก็เช็กแหละ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่มันไม่ใช่ ผมรู้สึกว่าเราเป็นคนรักครอบครัวอยู่แล้ว มีอะไรผมก็อยากรีเช็ก เพราะสุดท้ายแล้วผมก็ไม่ได้ดูแลแค่ตัวเอง วันนี้ผมดูแลทุกคนในบ้านอยู่ แต่มันก็ต้องหาทางรับมือ ผมว่าสติสำคัญมาก ๆ ครับ ย้ำผมยังอยู่นะ”